รเผชิญวิกฤติ?”
“หากความร่วมมือนี้พินาศไป เจ้าจะกลายเป็นคนบาปของนิกายเทวมาร!”
มั่วชงอยากใช้เรื่องนี้มาโจมตีเจียงผิงอันระบายโทสะ
เจียงผิงอันไม่สนใจเขา หันไปถามผู้อาวุโสคนอื่น ๆ “ผู้อาวุโสท่านใดเชี่ยวชาญการตีอาวุธ”
อู๋เฟยอวี่คืนสติจากความตะลึง “เจ้านิกาย ตาเฒ่าผู้นี้ชอบตีอาวุธยามว่าง เป็นงานอดิเรกที่ทำมาราว ๆ พันปี ถือได้ว่าพอมีความสำเร็จนิดหน่อย”
“เจ้านิกายถามเช่นนี้ มีเรื่องอันใดหรือ?”
เจียงผิงอันนำกระบี่ยาวสีทองเล่มหนึ่งออกมาโยนให้ “ประเมินกระบี่นี้เป็นเช่นไร”
อู๋เฟยอวี่ไม่รู้ว่าเจียงผิงอันถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร แต่ในเมื่อถามออกมา เขาก็ย่อมต้องตอบ
เขาถือกระบี่ยาวสีทอง ลองส่งปราณวิญญาณเข้าไปภายใน และพริบตานั้น ประกายกระบี่ก็เรืองจ้า สาดส่องเรืองรองทั่วทั้งโถง
ดวงตาของอู๋เฟยอวี่พลันเจิดประกาย ยกนิ้วขึ้นดีดมันเบา ๆ
เสียงกระบี่ดังกังวานเสนาะโสต เพราะพริ้งราวดนตรี
“ของชั้นเลิศ!”
“กระบี่นี้เป็นอาวุธวิเศษระดับหนึ่งชั้นเลิศที่สุด ฟังจากเสียง น่าจะสร้างจากศิลามังกรทองอันแข็งแกร่งอย่างยิ่ง”
“ศิลามังกรทองทั้งแข็งทั้งทน ปกติจะเติมลงไประหว่างสร้างอาวุธวิเศษนิดหน่อย แต่ตัวกระบี่เล่มนี้ทำจากศิลามังกรทองทั้งเล่มเลย”
“มิต้องพูดถึงว่าโครงสร้างตัวกระบี่ประณีตบรรจงยิ่ง เรื่องสำคัญที่สุดคืออักขระบนนั้นเป็นอักขระระดับสูงที่ตาเฒ่าผู้นี้ไม่เคยเห็นมาก่อน ลึกลับยิ่งนัก”
“ในนี้มีกระทั่งค่ายกลขนาดเล็กซ่