งเขาในขณะนี้คือ ‘หมัดทำลายล้าง’
สิ่งนี้ผสานรอยฝ่ามือมหาจักรพรรดิและลวดลายอักขระคนเถื่อนเพื่อสร้างขึ้นมา แข็งแกร่งสุดขั้ว เทียบได้กับอำนาจศักดิ์สิทธิ์
แม้จะแข็งแกร่ง แต่ยามนี้มันมีเพียงหนึ่งกระบวนท่า ก็คือ ‘สยบปีศาจ’
‘หมัดดาราพร่างพราย’ ที่เสี่ยวเซียงให้มา เจียงผิงอันมิได้คิดจะฝึกฝน
หนึ่งเป็นเพราะการเรียนวิชาหมัดนี้ต้องทำความเข้าใจกฎเกณฑ์แขนงอื่น และเสียเวลา
อีกหนึ่งเพราะว่า หากคนของราชวงศ์ต้าเฉียนพบว่าเขาใช้วิชานี้ก็ง่ายยิ่งที่ปัญหาจะเกิดแก่เสี่ยวเซียง
แต่จะพินิจอำนาจศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อหาแรงบันดาลใจ สร้างเป็นกระบวนท่าที่สองของ ‘หมัดทำลายล้าง’ ก็ย่อมได้
ปัญหาในวรยุทธ์ล้วนเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่แท้จริงอยู่ที่จะสร้างขอบเขตฝึกฝนถัดไปเช่นไรดี
อัจฉริยะสูงสุดบางคนในภพบุกเบิกบรรลุขอบเขตบูรณาการได้ยามอายุร้อยปี
หากเขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่สี่มิได้ เขาก็จะติดอยู่ที่นี่ตลอดไปสิ้นรัศมีเหือดหาย เงียบงันไปตราบกาล
เรื่องราวของเขาก็จะมาถึงบทสุดท้าย ความเกรียงไกรในอดีตสลายสิ้น
เจียงผิงอันฝึกฝนอย่างเงียบเชียบ ทว่าศาลาเติงเซียนชุลมุนไม่อยู่นิ่ง
ฝ่ายรักษาระเบียบสาบสูญไป ฝ่ายธำรงสันติแห่งใหม่ถูกตั้งแทนศิษย์มากมายคิดเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ขณะที่เฉียนฮวั่นโหรว เยี่ยอู๋ฉิงและอัจฉริยะคนอื่น ๆ มุ่งหน้าสู่เคหาสน์เทพจันทราเพื่อเข้าร่วมการประลองอัจฉริยะ และทั้งสองต่างเจิดจรัสในการต่อสู้
เยี่ยอู๋ฉิงอาศัยวิชาลับ