ถ่ายทอดให้คนนอกผู้ใดทั้งสิ้น
เฉียนฮวั่นโหรวยิ้มเฉยชา “ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าไม่พูด ใครจะรู้ ยามพวกเขาจับได้ เจ้าก็แค่พูดว่าเก็บได้ที่ข้างถนนก็พอแล้ว”
เจียงผิงอัน “…”
คำอธิบายพรรค์นี้ คนปกติที่ไหนจะเชื่อ?
ขณะที่เจียงผิงอันไม่รู้จะพูดอะไร เฉียนฮวั่นโหรวก็ยกนิ้วขึ้นดีดศีรษะของเขาเบา ๆ
“ไปฝึกฝนเถอะ ศาลาหลักเป็นศูนย์รวมอัจฉริยะสูงสุดของจริงในภพบุกเบิก พรสวรรค์ของเจ้าอาจไม่เพียงพอ หากไม่ตั้งใจบากบั่น ก็หมดโอกาสได้วิชาจำแลงเซียนนะ”
เฉียนฮวั่นโหรวว่าแล้ว ก็หันกายกลับเข้าห้องไปยิ้ม ๆ
ขณะมองไล่หลังอีกฝ่าย เจียงผิงอันก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ราวสายลมอ่อนโชยไล้บนแก้ม สบายตัวสบายใจยิ่งนัก
เขาเก็บ ‘หมัดดาราพร่างพราย’ แล้วมุ่งหน้าไปซื้ออาวุธวิเศษที่โถงภารกิจ
บางทีอาจเพราะติดนิสัยเคยชิน เจียงผิงอันจึงแวะกลับมายังร้านที่เขาซื้อด้ายไหมวิญญาณอีกครั้ง
เถ้าแก่ยังคงนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้านเช่นเคย
เขาถือป้ายแสดงตนในมือ พูดคุยกับปวงชนในพื้นที่สื่อสาร
“เจียงผิงอันผู้นั้นสุดยอดไปเลย กระทั่งฝ่ายรักษาระเบียบยังกล้าบุกถล่ม ข้าว่านี่แหละบุคคลที่บ้าระห ่าที่สุดในศาลาเติงเซียน ภายหน้าพบคนผู้นี้ เราต้องสุภาพสักหน่อย เจ้านี่ขี้โมโห ไปยั่วโทสะเข้ายามใด เขาก็อาจฆ่าเราได้…”
“เถ้าแก่ ซื้อของหน่อย”
เจียงผิงอันปริปากขัดการสนทนาของอีกฝ่าย
เถ้าแก่ลืมตาขึ้นมาเห็นคนหน้าคุ้น ใบหน้าเฒ่าชราก็ดำคล ้าทันใด
ครั้งก่อน