ายตัวไปจากที่โดยพลัน
เมื่อเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็มาอยู่ในเรือนพักของประมุขศาลาหลัวซู่แล้ว
หลัวซู่กำลังดื่มชา มีเฉียนฮวั่นโหรวนั่งอยู่ข้างนาง ทั้งสองประหนึ่งเป็นสหาย ให้บรรยากาศเช่นสตรีสูงศักดิ์
หลัวซู่ไม่รู้อายุของเฉียนฮวั่นโหรว แต่นางรู้สึกว่าสามารถพูดคุยฉันมิตรได้ จึงค่อย ๆ เสวนาจนกลายเป็นสหายสนิทกัน
“ใต้เท้าประมุขศาลา”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะอย่างสุภาพ
หลัวซู่จิบชาพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก ฝ่ายรักษาระเบียบไม่เหลือแล้ว แต่ศาลาเติงเซียนจะขาดฝ่ายดูแลกฎระเบียบมิได้ ดังนั้นจึงมอบหมายหน้าที่ให้เจ้าตั้งฝ่ายธำรงสันติ มีสิทธิ์สั่งการเท่าผู้อาวุโส”
กล่าวได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญสุดขั้วที่ผู้ฝึกตนซึ่งทำความเข้าใจกฎเกณฑ์เพียงขั้นสามจะมีสิทธิ์สั่งการเช่นผู้อาวุโส
ทั่วทั้งศาลาเติงเซียน หาบุคคลอื่นไม่มีแล้ว
“ขออภัยขอรับ ประมุขศาลา เรื่องนี้ข้าไม่ทราบมากนัก ให้ผู้อื่นรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้แทนเถิด”
เจียงผิงอันปฏิเสธทันที
เขาไม่ชอบรับมือเรื่องหยุมหยิม จุดหมายของเขาคือบากบั่นหาเงิน ฝึกฝนให้บรรลุเซียน และหาทางคืนชีพ
หลัวซู่ประหลาดใจ มิใช่ทุกคนที่ปฏิเสธความเย้ายวนของอำนาจได้
นางพยักหน้า “ก็ได้ งั้นข้าจะไปหาคนมา”
“ช่วงนี้จะมีการแข่งขันอัจฉริยะกับเคหาสน์เทพจันทรา พลังต่อสู้ของเจ้าไม่เลว ไร้เทียมทานในขอบเขตหลอมสุญตา ช่วยเหลือในการต่อสู้ได้”
“มีสมบัติลับเป็นรางวัลหรือไม่?” เจียงผิง