ร่งกระชั้น แต่ไม่มีผู้ใดทนพินิจแล้ว
โฆษกนั่งหลบไปด้านข้าง สนใจแต่เท้าหยกทั้งสองของตน
ทั้งสองประชันกันจนเที่ยงคืน
ภายใต้การลงมือสุดก าลัง ปราณวิญญาณของหวังหลานเจียน เหือดหาย
ยามเจียงผิงอันตอบโต้ หวังหลานก็สิ้นปราณวิญญาณจะตอบโต้
เปรี้ยง!
หวังหลานถูกชกกระเด็นชนกาแพง เกิดเสียงโอ้อู้อี้อย่างเจ็บปวด
หวังหลานทรุดนั่งหอบหายใจ ศีรษะชุ่มไปด้วยเหงื่อ สีหน้าตก ตะลึงไม่อยากเชื่อ
เขาเป็ นผู้ล่าเสมอมา แต่วันนี้เขากลับปราณวิญญาณหมดเสีย เอง
นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาถูกดาบนั้นคืนสนองนับแต่เดินบนเส้นทาง สายนี้
“เจ้ายังมีแรงสู้อีกนานเพียงไร?”
หวังหลานสงบสติ เงยหน้าถามอีกฝ่ ายอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
“หากว่าด้วยพลังกาย ยังต่อได้จนฟ้ าสว่าง” เจียงผิงอันตอบ
หวังหลานถอนหายใจหนักหน่วง “ข้ามิได้พ่ายเจ้าเพราะขนาด ปราณจิตวิญญาณ แต่เพราะความคิดของข้าแพ้พ่าย”
หากมิใช่เพราะเขาลนลาน คงลากเจียงผิงอันสู้จนเช้าและชนะได้
การฝึกฝนความคิดนั้นยังไม่ดีพอ
เจียงผิงอันไม่พูดมาก เขากุมกาปั้นคารวะ “ขอบคุณที่ออมมือ”
โฆษกผู้กาลังกินมื้อดึกรีบเก็บอาหารแล้วตะโกนลั่น “ในการ ประลองคู่แรก เจียงผิงอันชนะ!”
ไร ้ผู้ใดโห่ร ้อง เพราะแทบทุกคนหายไปสิ้นแล้ว เหลือเพียงคนสอง สามคนท าสมาธิอยู่
“มารดามัน ภายหลังพูดเช่นไร ข้าก็ไม่อยู่ดูพวกเขาสองคน ประชันแล้ว”
“เช่นกัน น่าขยะแขยงเป็ นบ้า”
“หากมิใช่เพราะจ่ายเงินก่อน ข้าคงออกไปนานแล้ว”
พวกเขาออกจากอัฒจัน