ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มอีกคนก็หันไปมองกล่าวกับถูเฟิงด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าว่าเจ้ากลับไปเสียจะดีกว่า…เท่าที่ข้าทราบมา ตอนที่ศิษย์น้องต้วนหลิงเทียนประมือกับฉือรี่ มันได้กล่าวให้ผู้คนได้ยยินกันชัดถนัดหู ว่าฉือวี่เป็นสุนัขรับใช้ของเจ้า! ดูท่าผู้อื่นเขาจะล่วงรู้หมดแล้ว ว่าเจ้าส่งฉือวีไปก่อกวน เช่นนั้นเกรงว่าผู้อื่นมีก็แต่ความเกลียดชังให้เจ้า แล้วเจ้ายังคิดว่าเป็นไปได้อีกหรือไง ที่มันจะยอมกลับไปกับเจ้าเพื่อเป็นศิษย์น้องของเจ้า?”
“ใช่แล้ว”
“ถเฟิง ข้าว่าเจ้ารีบไปเสียดีกว่า หากเจ้าเสนอหน้ามาให้ศิษย์น้องต้วนหลิงเทียนเห็นอีก ข้าเกรงว่าศิษย์น้องคงรําคาญหน้าเจ้า จนมีอคติกับอาวุโส 2 เปล่าๆ”
เหล่าคนที่มา ปกติแล้วก็เป็นศิษย์สายในขอบเขตราชาเทพทั้งสิ้น ทําให้ไม่มีใครกล้วถูเฟิงสักคน อีกทั้งสถานะของคนที่หนุนหลังพวกมัน ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาวุโส 2 ที่อยู่เบื้องหลังถูเฟิงแต่อย่างใด
พอถูเฟิงได้ยินวาจาถากถางเย้ยเยาะเหล่านี้ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์ปั้นยากทันที เพราะเรื่องนี้ มันพึ่งจะรู้
ตัวโง่งมฉือนั่น ก่อนตายกลับเปิดเผยเรื่องที่มันขอให้ไปสร้างปัญหาให้ต้วนหลิงเทียนเช่นนั้นหรือ?
ตอนนี้ถูเฟิงมันนึกภาพออกเลย ว่าหากอาจารย์ของมันรู้เรื่องนี้ขึ้นมาจะทําอย่างไรกับมัน…จังหวะนี้ ร่างมันเสมือนมีไอเย็นแล่นวาบจากปลายเท้าจรดศีรษะ เรียกว่าหนาวจนตัวสั่น!