และเสียงพูดของมันก็ไม่ได้จงใจกล่าวให้เบาแต่อย่างใด ยังคล้ายตั้งใจพูดออกมาชัดๆ ทําให้ดังเข้าหูทุกคนชัดเจน รวมถึงอาวุโส 2 คนที่ควบคุมดูแลแท่นยอดยุทธ์ด้วย
อาวุโสคนหนึ่ง แซ่เผิง
“อาวุโสเฉิน…ข้าว่าท่านกังวลเรื่องต้วนหลิงเทียนเกินจําเป็นแล้วกระมัง?”
อาวุโสเผิงดังกล่าว หลังจากได้ยินคําพูดฉือว มันก็แผ่สานึกเทวะกวาดผ่านร่างต้วนหลิงเทียนโดยไม่รู้ตัว หลังยืนยันด่านพลังฝึกปรือต้วนหลิงเทียนได้แล้ว มันก็ส่งข้อความไปหาอาวุโสฝ่ายในที่ทําหน้าที่เฝ้าบันไดสวรรค์ทันที
“ทําไมเล่า?”
อาวุโสเฉินที่ทําหน้าที่เฝ้าบันไดสวรรค์ พอได้รับข้อความดังกล่าวย่อมสงสัยเป็นธรรมดา
“ก็ต้วนหลิงเทียนมันเป็นเทพขั้นสูงเช่นกันน่ะสิ จากกฏที่มันเข้าใจมิใช่ว่าเป็นต่อฉือวหรือไร เช่นนั้นที่ท่านให้ข้ากล่าวเดือนมันเรื่องยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลหรือไร?”
อาวุโสเพิ่งส่งข้อความไปด้วยน้ําเสียงขุ่นข็ง
“อะไร!? ต้วนหลิงเทียนเป็นเทพขั้นสูงแล้ว!?”
ด้านผู้อาวุโสเฉินพอได้ยินข้อความ ก็ตกใจไม่น้อย “แต่ก่อนเจ้าหนูนั่นจะเข้าไปในบันไดสวรรค์ ด่านพลังฝึกปรือของมันยังอยู่ในขอบเขตเทพขั้นกลางชัดๆ เป็นข้าใช้สํานึกเทวะตรวจสอบมันเอง…หรือมันจะทะลวงขั้นพลังระหว่างสู่กับผู้เฝ้าด่าน?”
“สมควรเป็นเช่นนั้น”