“มิน่าล่ะ…มันสมควรทะลวงขั้นพลังในบันไดสวรรค์ขั้นที่ 7 เป็นแน่ และหลังจากมันทะลวงถึงเทพขั้นสูงและปรับพลังสักพัก อาศัยพลังระดับเทพขั้นสูง เจ้าหนูนั่นย่อมสามารถเอาชนะผู้เฝ้าด่านขั้นที่ 8 ได้ในเวลาอันสั้น…ที่แท้ผู้เฝ้าด่านไม่ได้ปล่อยมันไปเฉยๆอย่างที่ทุกคนคาดเดา!”
“ส่วนผู้เฝ้าด่านในบันไดสวรรค์ชั้น 9 ที่มันพบเจอ 9 ใน 10 สมควรเป็นศิษย์สายในที่ด่านพลังทะลวงถึงขอบเขตราชาเทพแล้ว เช่นนั้นมันที่ยังเป็นเพียงเทพขั้นสูงก็ยากจะรับมือไหว จะแพ้ก็ไม่แปลก”
บัดนี้อาวุโสเฉินได้เข้าใจเรื่องราวกระจ่าง
ขณะเดียวกันมันก็พบว่าความกังวลก่อนหน้าช่างเกินจําเป็นจริงๆ
ความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นรองฉีอวี่อีกต่อไป เผลอๆยังจะร้ายกาจกว่าด้วยซ้ํา!
“เรื่องเป็นมาอย่างไรข้าไม่รู้หรอก…ตอนนี้ข้ารอดูการประมือระหว่างเจ้าหนูทั้ง 2 ก่อน ได้ผลอย่างไรข้าจักแจ้งให้ทราบ…อย่างไรก็ตาม ข้าเชื่อว่า 9 ใน 10 ไม่พ้นต้องจบลงเพราะฉือวี่ยอมแพ้ เพราะข้าเห็นความกลัวในสายตามัน!”
อาวุโสเผิงส่งข้อความไปด้วยความมั่นใจ “ความกลัว เป็นข้อห้ามร้ายแรงที่สุดก่อนการต่อสู้!”
หลังอาวุโสเพิ่งส่งข้อความแล้วเสร็จ มันก็มองจ้องไปยัง 2 ร่างบนสังเวียนใหญ่ของแท่นยอดยุทธ์ไม่วางตา เสียงสนทนาจากรอบๆก็ดังขึ้นระงม “ไม่คิดเลยว่าที่แท้ต้วนหลิงเทียนจะทะลวงถึงขอบเขตเทพขั้นสูงได้แล้ว!”