“มิน่าล่ะ มันถึงกล้ารับคําท้าของศิษย์พี่ฉอวี เพราะมันทะลวงขั้นพลังแล้วนี่เอง!”
“ข้าเข้าใจแล้ว! ที่แท้ที่ต้วนหลิงเทียนรั้งอยู่ในบันไดสวรรค์ขั้นที่ 7 เนิ่นนาน ไม่ใช่เพราะสู้กับผู้เฝ้าด่านอย่างยากล่าบาก สมควรเป็นทะลวงขั้นพลังอย่างกะทันหัน จึงเสียเวลาปรับด่านพลังในขั้นที่ 7 อยู่นานสองนาน พอไปถึงขั้นที่ 8 จึงเอาชนะผู้เฝ้าด่านได้ง่ายๆ…แต่สุดท้ายพอขึ้นไปที่ชั้น 9 ก็คงพบเจอผู้เฝ้าด่านขอบเขตราชา เทพจึงแพ้ออกมา”
“สมควรเป็นเช่นนั้น!”
ในขณะที่ศิษย์สายในของนิกายหมอกเร้นลับกําลังคาดเดาเรื่องราว ถังอู่เยี่ยนที่อยู่ปะปนในฝูงชน ก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาซับซ้อน “เช่นนั้นมันทะลวงขั้นพลังได้จริงๆ”
“เรื่องที่ข้าพูดไปลวกๆก่อนหน้า กลับกลายเป็นความจริง?”
ก่อนหน้านี้ถึงอู่เยี่ยนก็ได้บอกกับฉือไปว่า ต้วนหลิงเทียนอาจทะลวงขั้นพลังได้สําเร็จ จึงสามารถผ่านขั้นที่ 8 ของบันไดสวรรค์ จนปืนไปถึงขั้นที่ 9 ได้…
เป็นธรรมดาว่านางไม่ได้มั่นใจในตัวต้วนหลิงเทียนมากนัก เพียงแค่ไม่สบอารมณ์ฉือวเท่านั้น
แต่ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่าสิ่งที่นางพูดก่อนหน้าดันกลายเป็นจริงขึ้นมา
“ทําไม? เจ้าอยากยอมแพ้เลย?”
หลังได้ยินคําพูดอว์ที่ล่วงรู้ระดับพลังบ่มเพาะของเขา สีหน้าท่าที่ต้วนหลิงเทียนยังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงมองลีกไปทางมัน พลางถามด้วยน้ําเสียงทีเล่นทีจริง