“ท้ายที่สุดแล้ว…เท่าที่ข้ารู้มา แท่นยอดยุทธ์ก็มีกฏอยู่ข้อหนึ่ง หลังจากขึ้นสังเวียนแล้วนับตั้งแต่เริ่มการประลอง 10 ลมหายใจแรก ยังไม่อนุญาตให้กล่าวค่ายอมแพ้”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยกฎข้อหนึ่งของแท่นยอดยุทธ์ที่เขารู้จากคู่มือศิษย์สายใน ขณะกล่าวสหน้ายังฉายความเย้ยหยันออกมาอยู่บ้าง
“ผู้ใดบอกเจ้าว่าข้าจะยอมแพ้
เมื่อสัมผัสได้ถึงสาตาแปลกๆจากผู้คนโดยรอบ ถึงแม้ฉือวจะบังเกิดความหวั่นใจอยู่บ้าง แต่มันก็แสร้งทําเป็นไม่กลัว “ต้วนหลิงเทียน เจ้าเป็นเทพขั้นสูงแล้วอย่างไร…สุดท้ายเจ้าก็พึ่งทะลวงขั้นพลัง!”
“หากข้าเดาไม่ผิด เจ้ายังไม่มีเวลาควบด่านพลังให้มั่นคงด้วยซ้ํา แต่เจ้ากลับต้องการให้ข้า ถือว่ายอมรับความพ่ายแพ้?”
“ช่างน่าขันนัก!”
พอฉีอวกล่าวจบค่า ก็ปรากฏสายลมรุนแรงพัดม้วนไปทั่วร่าง เป็นพลังเทพที่ผสานเข้ากับพลังธาตุลม ทําให้พลังของมันเริ่มก่อตัวเป็นพายุใต้ฝุ่นขนาดย่อม
นอกจากนั้นพายยุใต้ฝุ่นดังกล่าว ยิ่งมากยิ่งขยายใหญ่ แถมทรงพลังอํานาจมากขึ้นทุกขณะ
ฉากการเร่งเร้าพลังของฉือวี่” ต้วนหลิงเทียนเพียงนิ่งมองอย่างใจเย็น
– – –
ชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตนักศึกษาที่เป็นผู้เฝ้าด่านที่เขาพบเจอในบันไดสวรรค์ขั้นที่ 9 ก็เป็นผู้ใช้กฏแห่งลมดุจเดียวกับฉือ แถมพลังฝีมือของมันยังเหนือกว่าฉือวี่มาก เพราะฉือวเพียงเข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฎแห่งลม 3 ประการได้แค่ชุดเดียวเท่านั้น แต่ผู้เฝ้าด่านดังกล่าวเข้าใจถึง 2 ชุดแล้ว!