ผู้เฝ้าด่านนั้น หากเป็นศิษย์ที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ไหนเลยจะสนใจอะไรอีก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะจงใจปล่อยผู้คน
ท้ายที่สุดแล้วถึงพวกมันจะชนะ ก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ และไม่ใช่ว่าทุกคนจะเลือกรักษาศักดิ์ศรีและรอคอยโอกาสเหมือนผู้เฝ้าด่านในขั้นที่ 9 ที่ต้วนหลิงเทียนพบเจอ…
ที่สำคัญต้วนหลิงเทียนยังกล่าวออกมาเอง ว่าในขั้นที่ 9 นั้น ผลการประมือมันจบลงในกระบวนเดียว
และที่ไฉนถึงรั้งอยู่บนบันไดสวรรค์ขั้นที่ 9 ได้นานสองนาน ทั้งหมดเพราะสนทนากับผู้เฝ้าด่านอยู่…
ดังนั้นถึงแม้อันดับในการแข่งขันไต่บันไดสวรรค์ของต้วนหลิงเทียนจะสูงกว่า แต่ฉีอวี่ก็ไม่ได้ยึดถือเป็นจริงจังอะไร เห็นแค่อีกฝ่ายเป็นคนโชคดีเท่านั้น
“มีโชค?”
ต้วนหลิงเทียนมองลึกไปทางฉีอวี่ “เจ้าสามารถลองได้..”
“ไหนเลยจะไม่ลองเล่า!”
ฉีอวี่กล่าวท้า “เอาเป็นว่า ตอนนี้เจ้ากล้าขึ้นไปประลองบนแท่นยอดยุทธ์กับข้าตอนนี้เลยไหมเล่า?”
แท่นยอดยุทธ์นั้น เป็นดั่งสังเวียนให้คนของนิกายหมอกเร้นลับต่อสู้กัน
การขึ้นไปต่อสู้บนแท่นยอดยุทธ์นั้น ท่านสามารถกล่าวคำยอมรับความพ่ายแพ้ได้ และหลังจากกล่าวยอมแพ้ คู่ต่อสู้ก็ไม่อาจสังหารท่านได้อีก…แต่ถ้าเกิดกล่าวยอมแพ้ไม่ทัน ต่อให้จะถูกคู่ต่อสู้ฆ่าตาย ก็ทำได้แค่ตายเปล่า…
ในนิกายหมอกเร้นลับ ไม่มีสถานที่เฉกเช่นสังเวียนเป็นตาย ที่หลังจากขึ้นไปแล้วต้องฆ่ากันให้ตายไปข้าง