ไม่ว่าจะมีเรื่องราวบาดหมางร้ายแรงเพียงใด เต็มที่ก็ได้แต่ขึ้นไปสะสางกันบนแท่นยอดยุทธ์
แท่นยอดยุทธ์ที่ว่า ก็เป็นสังเวียนที่ลอยล่องอยู่กลางหาว เหนือจัตุรัสกลางของเขตใน
“แท่นยอดยุทธ์? ศิษย์พี่ฉีอวี่คิดขึ้นแท่นยอดยุทธ์กับต้วนหลิงเทียนรึ?”
“ให้ตายเถอะ! ประลองบนแท่นยอดยุทธ์ ดาบกระบี่ล้วนไร้นัยน์ตา หากยอมแพ้ไม่ทันเวลา เกิดโดนฆ่าทิ้งไปก็เหมือนตายเปล่า..”
“ที่แท้ศิษย์พี่ฉีอวี่มีความแค้นกับต้วนหลิงเทียนอย่างไรกันแน่? ไฉนถึงท้าต้วนหลิงเทียนขึ้นไปสู้บนแท่นยอดยุทธ์แบบนี้?”
…
หลังจากเหล่าศิษย์สายในโดยรอบกลับมารู้สึกตัว สีหน้าพวกมันก็ฉายชัดถึงความตกตะลึง และยังมีบางคนที่กลัวโลกวุ่นวายไม่พอ ดวงตายังลุกวาวขึ้นมาด้วยความคาดหวัง
“ต้วนหลิงเทียน!”
ตอนนี้เองถังอู๋เหยียนก็รีบส่งเสียงผ่านพลังมาห้ามปรามต้วนหลิงเทียน “เจ้าอย่าได้หุนหันพลันแล่น…แท่นยอดยุทธ์นั่นเมื่อขึ้นไปแล้ว หากกล่าวยอมแพ้ไม่ทัน ต่อให้เจ้าจะถูกฆ่าตาย ทางนิกายก็จะไม่เอาโทษคนลงมือ”
“เรื่องนี้ข้ารู้แล้ว ในคู่มือศิษย์สายในก็มีบอกเรื่องแท่นยอดยุทธ์ไว้เช่นกัน”
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองตอบถังอู๋เยียนด้วยรอยยิ้ม
และฉากดังกล่าว ก็ทำให้ฉีอวี่อิจฉาตาร้อน…ยิ่งได้ยินคำที่ต้วนหลิงเทียนพูดกับถังอู๋เยียน มันก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าถังอู๋เยียนต้องส่งเสียงผ่านพลังไปห้ามต้วนหลิงเทียนไม่ให้ขึ้นแท่นยอดยุทธ์กับมันแน่