ถึงแม้ว่าถังอู๋เยียนเองก็คิดว่าสมควรมีปัญหากับผู้เฝ้าด่านที่ 8 ไม่ว่าจะปล่อยไปก็ดี โดนติดสินบน หรือจิตใจผิดเพี้ยนก็ดี แต่พอนางได้ยินคำพูดของฉีอวี่ ไม่ทราบเพราะอะไรนางกลับบังเกิดความไม่สบอารมณ์ขึ้นมา “ท่านแน่ใจได้อย่างไร? มิใช่ว่าก็มีโอกาสที่มันจักผ่านขั้นที่ 8 ด้วยพลังฝีมือของตัวเองอยู่หรือไร?”
“ศิษย์น้องหญิงอู๋เยียน เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว…”
ฉีอวี่ คลี่ยิ้มพลางกล่าว “กับคนที่เสียเวลาไปเป็นชาติในขั้นที่ 7…เจ้าคิดว่าหลังมันขึ้นไปถึงขั้นที่ 8 เช่นนั้น มีหรือจะผ่านด่านด้วยพลังฝีมือของตัวเอง?”
พอถึงอู๋เยียนได้ยินคำปรามาส คิ้วปานกิ่งหลิวของนางก็ขดย่นเป็นปม “หรือว่าหลังผ่านขั้นที่ 7 มันบังเอิญทะลวงขั้นพลังได้พอดี…เช่นนั้นจึงเสียเวลารวบรวมด่านพลังเทพขั้นสูงอยู่ในขั้นที่ 7 สักพัก ค่อยขึ้นไปขั้นที่ 8?”
“ทะลวงขั้นพลัง? ใต้หล้าไหนเลยมีเรื่องบังเอิญพรรค์นี้ได้?”
ฉีอวี่ตะลึงกับความคิดของถังอู๋เยียนไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัวไปมาเป็นการปฏิเสธ เพราะมันเชื่อว่าเรื่องพรรค์นี้มีความเป็นไปได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก
แต่เป็นธรรมดาว่า ในใจมันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นๆขึ้นมา
ต้วนหลิงเทียนนั้น หากเป็นแค่เทพขั้นกลางมันก็ยังมีพลังมากพอจะสะกดข่มอีกฝ่ายได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายทะลวงถึงเทพขั้นสูงขึ้นมาจริงๆ เกรงว่ามันจะสูญเสียความได้เปรียบทั้งหมดไป
…
ด้านต้วนหลิงเทียนย่อมไม่รู้เลยว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง