ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในเมื่อเจ้าสามารถเป็นผู้เฝ้าด่านของระนาบย่อยในบันไดสวรรค์ขั้นที่ 9 ได้ บ่งบอกว่าพลังฝีมือของเจ้าร้ายกาจกว่าคนที่อยู่ในบันไดสวรรค์ขั้นที่ 8 มาก…”
“ข้าเพียงแค่อยากรู้เรื่องหนึ่ง…”
ต้วนหลิงเทียน ที่พอจะเดาพลังฝีมือของชายวัยกลางคนเบื้องหน้าออกได้ ย่อมไม่สงสัยในวาจาของมัน เพียงแต่กลับสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง “ว่าไฉนตัวตนเช่นเจ้า นิกายหมอกเร้นลับถึงเต็มใจจะกักขังเอาไว้ที่นี่เช่นนี้?”
“ด่านพลังเทพขั้นสูง แต่กลับบเข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏ 3 ประการได้ถึง 2 ชุดหรืออาจจะมากกว่านั้น…เท่าที่ข้ารู้มา ในประวัติศาสตร์ของนิกายหมอกเร้นลับ ตัวตนเช่นเจ้าก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง”
หลังกล่าวถามจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็มองไปยังชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตนักศึกษาไม่วางตา รอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้
“เจ้าหนู…ดูเหมือนเจ้าจะรู้เรื่องราวมาไม่น้อยทีเดียว…”
ชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตนักศึกษามองลึกไปทางต้วนหลิงเทียนครู่หนึ่ง ค่อยกล่าวว่า “หากเป็นความผิดทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เพียงใด อาศัยพรสวรรค์กับความเข้าใจของข้า นิกายหมอกเร้นลับไม่ควรขังข้าไว้เช่นนี้จริงๆ…”
“แต่เจ้าทราบหรือไม่…ว่าข้าทำอะไรมา?”
ชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตนักศึกษาย้อนถาม
“อะไรหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเลิกคิ้วด้วยความสนใจ
“ข้าฆ่าอาจารย์ของข้าเอง ยังเป็นประมุขนิกายในรุ่นนั้น!”