“ศิษย์น้องต้วน หากเจ้าไม่มีใดแล้วพวกเราขอตัวก่อน…พวกเราต้องขอโทษเจ้าอีกครั้ง”
ในขณะที่ลูกตาต้วนหลิงเทียนหรี่ลงและเผยประกายวูบวาราวกับคิดอะไรอยู่ ทั้ง 2 คนก็ฉวยโอกาสร่ำลาและรีบเหินร่างจากไปทันทีโดยไม่รอคำตอบของต้วนหลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนเห็นท่าทางขลาดกลัวของทั้งคู่ ก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาเบาๆ ก่อนจะกลับเข้าไปในบ้านเพื่อบ่มเพาะพลังต่อ
เป้าหมายของเขาในเวลานี้ ก็คือการทะลวงถึงขอบเขตเทพขั้นสูงให้เร็วที่สุด ด้วยวิธีนี้แม้เขาจะทำผงานใน การแข่งขันไต่บันไดสวรรค์ ได้ดี ก็คงไม่สร้างความตกตะลึงให้ผู้คนจนเกินไป ทำให้เขาไม่ได้แลดูโดดเด่นถึงขั้นจะไปเป็นหนามตำตาใคร
‘ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 2-3 เดือนกว่าที่การแข่งขันไต่บันไดสวรรค์ที่ว่าจะเริ่มต้นขึ้น…หากไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าสมควรทะลวงด่านพลังได้ทันเวลา สุดท้ายแล้วพลังของว่านเทพายมังกรในร่าง ข้าก็ยังดูดซับมันได้ไม่หมด’
คราวนี้ต้วนหลิงเทียนได้ปิดด่านบ่มเพาะพลังอย่างจริงจัง ยังเปิดใช้จานค่ากลเต็มรูปแบบไม่เพียงแต่จะสร้างม่านพลังป้องกันบ้านศิลาเท่านั้น ยังเปิดใช้อาคมกั้นเสียงอีกด้วย คราวนี้ต่อให้ภายนอกมีความเคลื่อนไหวใดๆ ขอเพียงไม่หนักหนารุนแรง ก็ไม่มากพอจะปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์สมาธิ
และคำหนักหนารุนแรงที่ว่า ก็คือมีคนกล้าลงมือจู่โจมม่านพลังจากจานค่ากลโดยตรง!
แต่เขารู้สึกว่าคงไม่มีใครบ้าพอจะกล้าลงมือจู่โจมม่านพลังป้องกันตรงๆ