ถูเฟิงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญอยยู่บ้าง “ทำไม? เจ้าคิดว่าข้าจะมีโมโหจนบุกไปฆ่าผู้อื่นถึงบ้าน ก็เลยมาเตือนข้าหรือไร?”
“เอ่อ…ก็ใช่”
เมิ่งชิงเหินคลี่ยิ้มเจื่อนๆออกมา ที่มันมาหาศิษย์พี่ใหญ่นั้น นอกจากจะมากล่าวบอกว่าต้วนหลิงเทียนมาถึงนิกายหมอกเร้นลับโดยสวัสดิภาพแล้ว ยังมาเพื่อเตือนไม่ให้ศิษย์พี่ใหญ่ลงมือกับต้วนหลิงเทียนอย่างวู่วาม
เรื่องนี้มันสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากพลั้งพลาดทำอะไรลงไป ต่อให้เป็นอาจารย์ของพวกมันก็ช่วยศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้
“เจ้า 4 ข้ายังไม่ใช่ตัวโง่งมถึงเพียงนั้น”
ถูเฟิงกล่าวคำด้วยน้ำเสียงรังเกียจ “ต้วนหลิงเทียนนั่น ตั้งแต่ที่มันมาถึงนิกายหมอกเร้นลับเช่นนี้ ข้าถูเฟิง ก็มีวิธีเล่นงานและสร้างปัญหาให้มันมากมาย ไหนเลยจะต้องลดตัวไปจัดการมันเองด้วย…เพราะมันไม่มีค่าพอให้ข้า ถูเฟิง ลงมือเอง!”
ถึงแม้ถูเฟิงจะยังไม่ได้เป็นศิษย์หลักของนิกายหมอกเร้นลับ และเป็นเพียงแค่ศิษย์สาในเท่านั้น แต่มันก็ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในหมู่ศิษย์สายใน
ที่ไฉนมันมีชื่อเสียงนัก ส่วนหนึ่งเพราะอาจารย์ของมันก็คืออาวุโส 2 แห่งนิกายหมอกเร้นลับ แต่ที่สำคัญคือพลังฝีมือส่วนตัวของมันเอง มันเป็นราชาเทพที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์สายใน!
และในบรรดาศิษย์สายใน ยังหาราชาเทพขั้นต่ำที่มีอายุน้อยกว่ามันไม่ได้แล้ว
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง”
ได้ฟังดังนั้น เมิ่งชิงเหินก็พอได้โล่งอก