“เอาล่ะ เจ้าหวังดีมีหรือข้าจะไม่รู้ ตอนนี้เจ้าก็กลับไปบ่มเพาะฝึกฝนต่อเถอะ รีบทะลวงใหห้ถึงขอบเขตราชาเทพเสีย…หาไม่แล้วอีกไม่นานเจ้าต้วนหลิงเทียนอะไรนั่นมันคงไล่เจ้าทันจนได้”
ถูเฟิงโบกมือให้เมิ่งเชิงเหิน จากนั้นก็ทิ้งอีกฝ่ายไว้เพียงลำพัง และมันก็ไม่ได้กลับเข้าบ้าน แต่เหินร่างมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง
เมิ่งชิงเหินที่มองส่งแผ่นหลังของศิษย์พี่ใหญ่จนหายลับตาไป ก็รู้สึกจนใจ แววตาฉายชัดถึงความสิ้นหวังอยู่บ้าง
เพราะมันรู้ดีว่าศิษย์พี่ใหญ่ของมัน ไม่พ้นต้องไปหาคนที่จะไปจัดการกับต้วนหลิงเทียนแน่
มันรู้ดีว่าศิษย์พี่ใหญ่นั้นไม่เพียงเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ยังมีนิสัยจมไม่ลงอีกด้วย ครั้งสุดท้ายที่ถูกต้วนหลิงเทียนหักหน้านั่น มันเชื่อว่าศิษย์พี่ใหญ่ต้องเห็นต้วนหลิงเทียนเป็นคนที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้ไปแล้ว
ต้วนหลิงเทียนนั่น หากยังไม่มานิกายหมอกเร้นลับก็คงไม่เป็นอะไร แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้วศิษย์พี่ใหญ่ไม่พ้นต้องหาทางเนงานมันทุกวิถีทางแน่
“หวังว่าศิษย์พี่ใหญ่จะไม่ทำอะไรเกินเลย…รองปมระมุขมู่หรงผู้นั้นร้อยวันพันปีไม่เคยให้ความสำคัญกับผู้ใด แต่คราวนี้ไม่เพียงแนะนำ กระทั่งยังเสนอชื่อต้วนหลิงเทียนโดยตรง เห็นชัดว่าให้ความสำคัญกับเจ้าหนุ่มต้วนหลิงเทียนนั่นไม่น้อยเลย…”
เมิ่งชิงเหินได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะกลับบ้าน