กล่าวถึงจุดนี้ ถังอู๋เยียนก็หันมามองต้วนหลิงเทียน นางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งค่อยกล่าวว่า “คณบดีของสถานศึกษาหมอกเร้นลับสาขาเมืองวายุสวรรค์ ก็เป็นรองประมุขคนหนึ่งของนิกายหมอกเร้นลับเรา…หากข้าเดาไม่ผิด ท่านรองประมุขผู้นั้น ไม่เคยชักชวนเจ้าหรือเผยเจตนาจะรับเจ้าเป็นศิษย์เลยใช่หรือไม่?”
“ก็ใช่”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า คณบดีสถานศึกษาหมอกเร้นลับ มู่หรงสุยเฟิงคนนั้น ไม่เคยกล่าวถึงเรื่องรับเขาเป็นศิษย์เลยสักครั้ง
“แล้วเจ้าทราบหรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?”
ถังอู๋เยียนมองลึกไปทางต้วนหลิงเทียนพลางถาม
จากนั้นนางก็ไม่รอให้ต้วนหลิงเทียนได้ตอบอะไร เลือกที่จะกล่าวสืบต่อว่า “ด้วยพรสวรรค์และความเข้าใจของเจ้า ไม่ต้องกล่าวถึงรองประมุขมู่หรงหรอก…ในนิกายมีอาวุโสสูงสุดและผู้พิทักษ์ไม่น้อยที่ฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่ารองประมุขมู่หรง หลังจากได้เห็นผลการทดสอบนักศึกษา 10 ดาวของเจ้าแล้ว ก็บังเกิดความคิดอยากรับเจ้าเป็นศิษย์”
“แล้วตกลงเป็นเพราะอะไร?”
ต้วนหลิงเทียนถาม
อันที่จริงเรื่องนี้ก็ทำให้เขาสงสัยเหมือนกัน เพราะตอนที่เขาไปพบมู่หรงสุยเฟิงวันนั้น กล่าวไปเขาก็เตรียมตัวหาทางปฏิเสธโดยสุภาพไม่หักหาญน้ำใจอีกฝ่ายเอาไว้แล้ว หากอีกฝ่ายคิดรับเขาเป็นศิษ์
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายอีกฝ่ายก็ไม่พูดถึงเรื่องทำนองนี้เลย ในตอนนั้นเขาก็ได้แต่คิดไปว่า…
หรือเป็นเพราะถูเฟิงมาหาเขา มู่หรงสุยเฟิงก็หลงคิดว่าเขาตอบรับอีกฝ่ายไปแล้ว?