อย่างไรก็ตาม ฟังจากคำพูดของถังอู๋เยียน เขาพลันตระหนักได้ว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น
“รองประมุขมู่หรงนั้น ในอดีตเคยมีศิษย์คนหนึ่ง ท่านรักและเอ็นดูศิษย์คนนั้นมาก…อย่างไรก็ตาม ต่อมาศิษย์คนนั้นของท่านกลับตกตาย ทำให้หลังจากที่ศิษย์คนนั้นตายตก รองประมุขมู่หรงก็ได้ลั่นวาจาสาบานไว้แล้ว ว่าชั่วชีวิตจะไม่รับศิษย์อีก แม้นั่นจะไม่ใช่คำสาบานต่อเลือดมารหัวใจก็ตามที”
ถังอู๋เยียนกล่าวเสริม “ถึงแม้จะไม่ใช่คำสาบานต่อเลือดมารหัวใจ แต่ปู่เล็กก็บอกข้าว่ารองประมุขมู่หรงไม่คิดจะผิดต่อคำสาบานวันนั้นเลย”
“จุดนี้ท่านปู่เล็กของข้าที่รู้จักท่านรองประมุขมู่หรงดี ก็เชื่อว่าท่านรองประมุขไม่มีทางผิดคำพูดแน่”
กล่าวถึงจุดนี้ สองตาถังอู๋เยียนก็ฉายแววเคารพนับถือขึ้นมาให้เห็น เป็นความเคารพนับถือที่มีต่อมู่หรงสุยเฟิง
จากนั้นถังอู๋เยียนก็มองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง แล้วกล่าวต่อ “ต้วนหลิงเทียน หลังจากข่าวที่เจ้ามาถึงนิกายหมอกเร้นลับแล้วแพร่ออกไป ข้าเกรงว่าคงมีระดับสูงจำนวนมาก แม้แต่อาวุโสสูงสุดเองก็ต้องอยากรับตัวเจ้าเป็นศิษย์แน่”
“เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าก็พิจารณาให้ดีว่าจะยอมรับอาวุโสท่านใดเป็นอาจารย์”
“อย่างไรก็ตาม ข้ามีเรื่องจะแนะนำเจ้าอย่างหนึ่ง…พยายามเข้าร่วมกับอาวุโสที่มาจากสายเมืองวายุสวรรค์เสีย ทั้งหมดเพื่อให้เจ้าได้รับการดูแลส่งเสริมอย่างดียิ่งขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วเจ้าก็มาจากเมืองวายุสวรรค์”