ถังอู๋เยียนจะอย่างไรก็เป็นหลานสาวของถังชุน แม้นางจะไม่ได้มาจากเมืองวายุสวรรรค์ แต่แวดวงของถังชุนก็เป็นผู้คนที่มาจากเมืองวายุสวรรค์เสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหลังจากนางเข้าสู่นิกายหมอกเร้นลับ นางก็เลยได้ชื่อว่าเป็นคนของสายเมืองวายุสวรรค์เช่นกัน
“หากเจ้าเข้าร่วมกับอาวุโสที่มาจากสายอื่น…แม้เจ้าอาจจะได้รับการดูแลดีเหมือนกัน แต่ทว่าคนเหล่านั้นไม่พ้นต้องแคลงใจในความภักดีของเจ้าแน่นอน เพราะเจ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนเรื่องที่มาจากเมืองวายุสวรรค์ได้”
“เป็นธรรมดาว่าทั้งหมดข้าเพียงแนะนำเท่านั้น สุดท้ายแล้วทั้งหมดก็อยู่ที่ตัวเจ้าจะตัดสินใจ”
จากนั้นถังอู๋เยียนก็กล่าวปิดท้ายว่า “ข้าหวังว่าคำชี้แนะของข้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเจ้า เพราะไม่ว่าเจ้าจะเลือกเช่นไร มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า…สายเมืองวายุสวรรค์เราไม่มีทางคิดร้ายกับเจ้าเพียงเพราะเจ้าเลือกสายอื่น”
“สุดท้ายแล้วก็เป็นคนนิกายหมอกเร้นลับเหมือนกัน”
หลังได้ยินคำพูดของถังอู๋เยียน ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มบางๆ “ขอบคุณที่ชี้แนะ”
“หลังพวกเราข้ามเขาลูกนั้นไป ก็จะถึงสถานที่พักฝึกฝนของศิษย์สายในนิกายแล้ว”
ถังอู๋เยียนที่พาต้วนหลิงเทียนตระเวนผ่านอาคารและตำหนักกสำคัญๆต่างๆของนิกายหมอกเร้นลับฝ่ายใน สุดท้ายก็พาต้วนหลิงเทียนมาถึงเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่ง จึงกล่าวบอกต้วนหลิงเทียนออกมา