“ฉีเอ้อ เจ้าตายเพื่อตระกูล เช่นนั้นตระกูลจักไม่มีวันลืมเจ้า…ข้าจักสลักชื่อเอาไว้ในผังตระกูล และติดชื่อเจ้าไว้ในหอวีรชนที่จักสืบทอดกันต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น ยังจะลงบันทึกไว้ว่าเจ้ายินดีตกตายเพื่อช่วยให้ตระกูลรอดพ้นหายนะ!”
ขณะมองปังร่างไร้วิญญาณของจ้งเค่อฉีที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าขาวบนเตียง จ้งเอ้อ ก็กล่าววาจาออกมาเสียงหนัก
เสียงของมันยังดังลั่นก้องไปทั่วโถงวีรชนที่ปิดสนิท
“พี่รอง ข้าเสียใจกับท่านด้วย…”
จ้งซันเอื้อมมือไปวางบนไหล่จ้งเอ้อ พลางกล่าวคำด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เจ้า 3 ไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็นอะไร…เพื่อมรดกของตระกูลจ้งแล้ว การเสีสละของฉีเอ้อนับว่าคุ้มค่า”
ถึงแม้ปากจ้งเอ้อจะพูดมาแบบนั้น แต่น้ำเสียงของมันก็สั่นเครือฟังดูเศร้าโศกนัก
“น้องรอง….”
ตอนนี้เองจ้งต้าพลันหันไปมองกล่าวกับจ้งเอ้อด้วยความห่วงใย “ข้าได้เปิดใช้ค่ายกลปิดกั้นโถงบรรพชนเต็มอัตราแล้ว ไม่ว่าในนี้จะเอะอะเพียงใด ผู้คนด้านนอกก็ไม่มีทางรับรู้…เจ้าอย่าได้ทนเก็บมันไว้กับตัวอีกเลย เพียงระบายออกมาเถอะ”
แทบจะพร้อมๆกันกับที่จ้งต้ากล่าวจบคำ ชุดคลุมของจ้งเอ้อก็ระเบิดออก จากนั้นพลังเทพอันเกรี้วกราดก็ปะทุออกมาจากร่างมันปานจุดระเบิด ก่อให้เกิดคลื่นลมววิปริตกวาดกรรโชกไปทั่วโถงบรรชน พาลให้เครื่องเรือนทั้งหลายเริ่มสั่นสะเทือน บ้างก็พลิกคว่ำวุ่นวายไปหมด