อีกฝ่ายกล้าขู่ว่าจะฆ่าเขาต่อหน้าถังชุนไม่พอ ยังกล้าพูดทำนองจะฆ่าถังชุนซึ่งเป็นอาวุโสฝ่ายในของนิกายหมอกเร้นลับออกมาอย่างอุกอาจอีก
‘อย่างไรก็ตามวันนี้เต็มที่อาวุโสถังชุนก็แค่ฆ่าคนที่ล่วงเกินเท่านั้น…ส่วนด้านตระกูลจ้งนั่น ต่อให้จะมีอาวุโสถังชุนเป็นพยานว่าพวกมันคิดฆ่าข้า แต่ด้วยฐานะของผู้อาวุโสนิกายหมอกเร้นลับ ก็คงไม่อาจลงมือฆ่าล้างทั้งตระกูลเพียงเพื่อศิษย์สายในคนใหม่เช่นข้าแน่นอน’
‘ต่อให้ข้าจะผ่านการทดสอบจนได้เป็นศิษย์หลักแล้ว แต่ถ้าตระกูลจ้งไม่ก่อการจนมีหลักฐานมัดตัว ทางงิกายหมอกเร้นลับก็คงเอาผิดพวกมันยาก’
‘สุดท้ายแล้วในบรรดาอาวุโสฝ่ายในของนิกายหมอกเร้นลับ ก็สมควรมีคนของตระกูลจ้งอยู่ไม่น้อย กระทั่งอาวุโสฝ่านอกเองก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 20 คน’
ตอนที่ยังอยู่ในสถานศึกษาหมอกเร้นลับ ต้วนหลิงเทียนก็ได้ทราบารายละเอียดของตระกูลจ้งจากติงเหยียนและโหวชิ่งหนิง จึงรู้ว่าตระกูลจ้งเองก็มีเส้นสายไม่น้อย และในนิกายหมอกเร้นลับเองก็มีความสัมพันธ์ซับซ้อน
ดังนั้นต้วนหลิงเทียนจึงรู้ดี ว่าตระกูลจ้งไม่ใช่อะไรที่จะโค่นล้มได้ง่ายๆ
หากเขาคิดจะฆ่าล้างตระกูลจ้ง เห็นทีจะมีแต่พึ่งกำลังของตัวเองเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พอคิดว่าจะได้เห็นคนของตระกูลจ้งทั้ง 3 ถูกฆ่าลงต่อหน้าต่อตาเขาก็รู้พึงพอใจไม่น้อย แน่นอนว่าไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความเมตตาใดๆให้พวกมัน
ท้ายที่สุดแล้ว ก็เป็นพวกมันคิดฆ่าเขา!