กลับกัน ชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังจ้งเค่อฉี กลับปรากฏความลังเลขึ้นในแววตา
ถึงแม้จ้งซื่อจะพึ่งส่งเสียงผ่านพลังบอกเรื่องที่เห็นพ้องต้องกันกับจ้งเอ้อแล้วว่าจะฆ่าอีกฝ่ายให้มันทราบ แต่มันก็รู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ เพราะมันเห็นพลังฝีมือของโฉมงามในห้องส่วนตัวหมายเลข 9 ที่โรงประมูลตระกูลโจววันนั้นกับตา ในเมื่ออีกฝ่ายเรียกเด็กหญิงที่แลดูสนิทสนมกับต้วนหลิงเทียนว่าคุณหนู และเด็กหญิงคนนั้นก็เรียกหาต้วนหลิงเทียนว่าพี่ชาย กล่าวได้ว่าในระดับหนึ่งฐานะสตรีคนนั้นก็ไม่ต่างจากผู้ติดตามน้องสาวของต้วนหลิงเทียน
ฉากเรื่องราววันนั้น มีแต่มันที่เห็นชัดกับตา จึงรู้ซึ้งถึงความสนิทสนมระหว่างทั้งคู่
มันรู้สึกมาโดยตลอด ว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ช่างไม่ฉลาดเอาเสียเลยที่ตัดสินใจฆ่าต้วนหลิงเทียน…ยังเป็นการดีเสียกว่าที่จะก้มหัวขอขมา แม้จะต้องชดใช้ให้อีกฝ่ายเป็นจำนวนมาก กระทั่งอาจรักษาชีวิตจ้งเค่อฉีไว้ไม่ได้ ก็ยังนับว่าดีกว่าตกตายทั้งโคตรอยู่มาก!
ไม่มีหลักฐานหรือ…ไม่มีหลักฐานแล้วอย่างไร? ในสายตาผู้อื่นตระกูลจ้งยังต่างอะไรจากมดปลวกฝูงหนึ่ง คิดย่ำเหยียบมดสักฝูงยังต้องการหลักฐานบัดซบอันใดอีก?
‘หลังต้วนหลิงเทียนตายตกแล้ว…ข้ารีบหนีออกจากตระกูลจ้ง…ไม่สิ หนีออกจากเมืองวายุสวรรค์ไปเลยย่อมประเสริฐสุด’
ชายชราลอบตัดสินใจอย่างเงียบงัน
จนถึงวินาทีนี้มันก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ