กล่าวถึงจุดนี้ แววตาของถังชุนก็ฉาความอิจฉาขึ้นมา “เจ้าดูข้ากับอขึ้นสู่ยเถอะ ในนิกายหมอกเร้นลับนั้น พรสวรรค์ของพวกเราทั้งคู่เรียกว่าอยู่ในระดับกลางๆเท่านั้น กว่าพวกเราจักมีวันนี้กันได้ก็ต้องบากบั่นเพียรพยายามกันมาไม่น้อย…แต่ทันทีที่เจ้าเป็นศิษย์หลักได้ เจ้าก็จักมีความสําเร็จเท่าวันเวลานานปีที่พวกเราบากบั่นกันมา!”
พอกล่าวจบคํา ถังชุนก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างทอดถอน จากนั้นมันก็กวาดตามองไปยังร้านรวงทั้ง 2 ข้างถนน จนในที่สุดก็แลเห็นเหลาใหญ่โตมากล้นไปด้วยผู้คน ไม่ต่างอะไรจากภัตตาคารชั้นนําในโลกเก่าของต้วนหลิงเทียน “ข้าจําได้ว่าอาหารจานเด็ดร้านนี้ไม่เลวเลยทีเดียว ทุกคราที่ข้ามาเมืองวายุสวรรค์ ข้าก็จะมาหาอะไรกินที่นี่ตลอด”
“เช่นนั้นพวกเราไปหาอะไรเพิ่มท้องก่อนค่อยเดินทางเถอะ”
ได้ยินคําพูดถึงชง ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้มีความเห็นอะไร
“เอ้า ไม่มีห้องส่วนตัวว่างเลยรึ?”
หลังเดินเข้ามาในเหลาอาหาร ถังชุนก็ไปถามบริกรว่ายังมีห้องส่วนตัวว่างหรือไม่ อนิจจาค่าตอบที่ใดกลับท่าให้มันผิดหวัง “ท่านลูกค้า ต้องขออภัยด้วย…ช่วงนี้ของทุกวันเป็นช่วงที่ลูกค้าเข้าร้านเรามากที่สุด ห้องส่วนตัวจึงมีแขกเข้าใช้เต็มหมดแล้วขอรับ กระทั่งโถงรวมของพวกเรายังเหลือโต๊ะว่างไม่กี่ที่เท่านั้น กระทั้งยังพึ่งว่างก่อนหน้าท่านลูกค้าจะเดินเข้ามาไม่กี่ลมหายใจ”
“ท่านลูกค้า สนใจนั่งรับประทานอาหารในโถงรวมหรือไม่ขอรับ?”