ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนจะจากไป มู่หรงสุยเฟิงยังกําชับเขาอีกว่า “เข้านิกายไปแล้ว เจ้าพึงทราบไว้ว่าไม่เพียง แต่ศิษย์สายในเท่านั้น จะอาวุโสสายในที่เคยเป็นศิษย์หลักก็ดี รวมถึงศิษย์หลักเองก็ดี ทั้งหมดล้วนมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกลุ่มใครกลุ่มมัน…และในเมื่อเจ้าออกจากสถานศึกษาหมอกเร้นลับไป เจ้าก็เสมือนตีตราคนจากสถานศึกษาหมอกเร้นลับสาขาเมืองวายุสวรรค์เอาไว้”
“เว้นเสียแต่เจ้าจะเข้าร่วมกับอาวุโสสายในหรือรองประมุขจากแวดวงอื่น หาไม่แล้วเจ้าก็ไม่อาจเปลี่ยนเรื่องที่เจ้ามาจากเมืองวายุสวรรค์ได้…”
มู่หรงสุยเฟิงกล่าวด้วยน้ําเสียงจริงจัง “เช่นนั้นหากคนที่เจ้ามีเรื่องด้วยมาจากเมืองวายุสวรรค์ ข้าสามารถช่วยไกล่เกลี่ยได้…แต่ถ้าเจ้ามีความขัดแย้งจากคนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้มาจากแวดวงคนเมืองวายุสวรรค์ ข้าเกรงว่าข้าคงทําอะไรไม่ได้มาก”
ค่าพูดของมู่หรงสุยเฟิง เห็นชัดว่าตั้งใจเตือนต้วนหลิงเทียน
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า ถึงแม้เขาไม่รู้ว่า น้ําในนิกายหมอกเร้นลับจะลึกแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก
ส่าหรับเขาแล้ว เพียงแค่ทําหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
เขาไม่คิดจะเริ่มสร้างปัญหาหรือความขัดแย้งกับผู้ใด
แต่ถ้ามีใครมาหาเรื่องเขา เขาเองก็ไม่คิดกลัว
“ไปเถอะ อย่าได้ให้อาวุโสถังชุนรอนาน”