มู่หรงสุยเฟิงมองลึกไปทางต้วนหลิงเทียน “นี่คงมิใช่เหตุผลที่สําคัญที่สุด…เหตุผลที่สําคัญที่สุด คงเป็นเพราะเจ้ามั่นใจในพลังฝีมือส่วนตัวของเจ้ากระมัง?”
“ในเมื่อท่านคณบดีเองก็ทราบดีอยู่แล้ว ไยต้องถามข้าอีกเล่า…”
ต้วนหลิงเทียนละเลียดจบสุราอยย่างได้อรรถรส ก่อนจะกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม “ตราบใดที่ตระกูลราชาเทพ ในเมืองวายุสวรรค์ไม่ส่งชนชั้นราชาเทพมาลงมือ…ข้าลองไถ่ถามตัวเองดูก็ตอบได้ว่า ข้าสมควรมีพลังฝีมือมาก พอดูแลตัวเองได้”
“แค่ดูแลตัวเองจริงๆ?”
มู่หรงสุยเฟิงมองต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ “เท่าที่ข้าทราบมา…ตระกูลจังไม่เพียงเพาะสร้างพวกเดนตายระดับเทพขั้นสูงไว้มากมาย กระทั่งยังเพาะสร้างเทพขั้นสูงที่มีพลังฝีมือแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเดนตาย จนได้รับตําแหน่งเป็นผู้นําหน่วยเดนตายด้วยกันทั้งสิ้น 3 คน…และครั้งนี้พวกเดนตายที่ตระกูลจังส่งมา สมควรน่าโดยผู้นําหน่วยเดนตายคนหนึ่งกระมัง?”
“และผู้นําหน่วยเดนตายที่ว่าของตระกูลจัง เท่าที่ข้าทราบมาไม่เพียงด่านพลังจักบรรลุถึงเทพขั้นสูงมานาน แต่ความเข้าใจในกฏยังมิใช่ต่ําทราม อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่อะไรที่จะอาศัยเทพขั้นกลางที่เข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏมิติ 2 ประการไม่กี่ชุดจะต้านทานรับมือได้…กล่าวได้ว่าอาศัยพลังฝีมือที่เจ้าเผยออกจนเอาชนะหงจวินได้วันนั้น มิน่าจะใช่คู่มือของมัน…”