พูดถึงจุดนี้มู่หรงสุยเฟิงก็หยุดลงเล็กน้อย แววตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนยิ่งมายิ่งล้ําลึก “เว้นเสียแต่…การประลองวันนั้นเป็นเจ้ายังซุกซ่อนพลังฝีมือเอาไว้”
ต้วนหลิงเทียนประหลาดใจอยู่บ้าง ที่มู่หรงสุยเฟิงกลับรู้เรื่องพวกเดนตายสกุลจังมากถึงขนาดนี้ และยังตัดสินพลังของอีกฝ่ายได้อย่างหมดจด
แต่พอคิดไปคิดมา ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจได้ไม่ยาก สุดท้ายมู่หรงสุยเฟิงก็ไม่ใช่แค่คณบดีสถานศึกษา หมอกเร้นลับเท่านั้น แต่ยังเป็นรองประมุขนิกายหมอกเร้นลับ ขุมกําลังระดับจอมราชันเทพอีกด้วย
อาศัยฐานะดังกล่าวของมู่หรงสุยเฟิง เรื่องในตระกูลราชาเทพเกรงว่าไม่ยากเกินจะรู้จริงๆ
“ข้ากล่าวถูกกระมัง?”
มู่หรงสุยเฟิงกล่าวถามด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
ได้ยินคําถามของมู่หรงสุยเฟิง ต้วนหลิงเทียนก็หัวเราะเบาๆ “สายข่าวของคณบดมู่หรงช่างน่าประทับใจจริงๆ…พวกเดนตายที่ข้าฆ่าทิ้งไปในพื้นที่ทดสอบ ไม่น่าจะมาจากตระกูลจังตระกูลเดียวเท่านั้น แต่ยังมีพวกเดนตายจากตระกูลอื่นๆอีกด้วย อย่างไรก็ตามข้าจับเป็นพวกเดนตายกี่คนต่อกี่คน ให้เค้นถามพวกมันเท่าไหร่ก็มีแต่เลือกหนทางตายถ่ายเดียว ไม่มีผู้ใดยอมจ่านนปริปากกล่าวคําาสักคน…”
“กล่าวได้ว่าข้าไม่มีทางรู้ได้ด้วยซ้ําว่าพวกมันเป็นคนของใคร”
“แต่ท่านคณบดีกลับรู้เรื่องพวกมันกระจ่างนัก”
กล่าวถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเชือกหนึ่ง
“ดูเหมือนเจ้าจะยอมรับแล้ว…”