“อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า การที่สามารถรอดกลับออกมาจากระนาบสมรภูมิจนมาถึงดินแดนดาราพิศวงของเราได้ทั้งยังมีชีวิต ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว”
มู่หรงสุยเฟิงกล่าวอย่างทอดถอนใจ
“อันที่จริงโชคข้าก็ไม่เลวจริงๆ ข้าบังเอิญพบเจออาวุโสท่านหนึ่งในระนาบสมรภูมิ และอาวุโสท่านนั้นก็เมตตาบอกกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า จากนั้นอาวุโสท่านนั้นยังพาข้ามาส่งถึงค่ายทหารของดินแดนดาราพิศวง สุดท้ายก็ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายจนมาปรากฏในดินแดนดาราพิศวง”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“เจ้ายังบอกว่าโชคเจ้าแค่ “ไม่เลว” อีก?”
มู่หรงสุยเฟิงหัวเราะ “ไม่ใช่ทุกคนในระนาบสมรภูมิที่จะใจดีเช่นนั้น”
“ข้าเองก็คิดเหมือนกัน”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ําเสียงสีหน้าจริงจังว่า “ข้าก็เลยตัดสินใจแล้ว ว่าวันหน้าข้าจะหาทางตอบแทนอาวุโสท่านนั้นให้จงได้”
ได้ยินคําพูดดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน สองตามู่หรงสุยเฟิงก็เป็นประกายจ้าขึ้นมาทันที มันย่อมมองออกได้ไม่ยากว่าต้วนหลิงเทียนได้กล่าวออกมาจากก้นบึงของใจ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทําเพียงเพราะอยู่ต่อหน้ามัน
ด้วยเหตุนี้ยิ่งมามู่หรงสุยเฟิงก็ยิ่งถูกใจต้วนหลิงเทียนมากขึ้นเรื่อยๆ