อย่างไรก็ตาม หากทำแบบนั้น เขาก็จะคิดหนี้บุญคุณของโหวชิ่งหนิงทันที กระทั่งยังติดค้างนิกายที่อยู่เบื้องหลังโหวชิ่งหนิงอีกด้วย
หากไม่จำเป็นเขาไม่อยากติดค้างใคร
ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้การทดสอบครั้งนี้เขาอาจจะต้องเปิดเผพลังฝีมือออกมา แต่เขาก็ยังระวังไม่คิดใช้ไพ่ตายทั้งหลายออกไปส่งเดช
การเปิดเผยพลังออกมาบางส่วน ยังทำให้เขามีคุณค่าในสายตาสถานศึกษาหมอกเร้นลับไม่เว้นนิกายหมอกเร้นลับมากขึ้น
ถึงแม้เขาคิดจะถ่อมตัวและไม่ทำให้ตัวเองโดดเด่นจนเกินไป เพื่อจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ ‘ไม้เด่นเกินไพรลมพัดหักโค่น’ แต่เขาก็รู้ดีว่าหากเผยพลังฝีมืออย่างเหมาะสม ก็ได้มากกว่าเสีย
เพียงต้องพยายามทำให้ทุกอย่างลงตัวเท่านั้น
“เอาล่ะ”
โหวชิ่งหนิงส่งเสียงผ่านพลังตอบกลับ “เช่นนั้นข้าจะบอกให้ทุกคนกลับ”
โหวชิ่งหนิงไม่ได้เซ้าซี้อะไรสืบต่อ เพราะคำพูดของต้วนหลิงเทียนก็คือคำพูดสุดท้าย และการที่อีกฝ่ายตอบปฏิเสธกลับมาตรงๆ ก็ทำให้โหวชิ่งหนิงประทับใจต้วนหลิงเทียนมากขึ้น
แม้พลังฝีมืออีกฝ่ายจะดี และไม่ได้กริ่งเกรงอะไรตระกูลจ้งมากนัก แต่การเลือกจะแบกรับทุกสิ่งเพียงลำพังก็หาได้ยากยิ่ง
“ต้วนหลิงเทียน ใกล้ถึงพื้นที่ทดสอบแล้ว…จำที่ข้าพูดไว้ได้หรือไม่ เจ้ามากับข้าเถอะ”
หลังอวี๋เชียนซานนำนักศึกษาเดินทางอยู่พักหนึ่ง ข้ามผ่านภูมิประเทศมากมาย ในที่สุดเสียงของติงเหยียนก็ดังขึ้นในหูต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง
“ไม่ต้องหรอก”