“เจ้าบ้านั่น…มันไม่กลัวตายเลยหรือ?”
ติงเหยียนรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง
แต่ก่อนนั้น ติงเหยียนไม่ได้เห็นใครในสถานศึกษาหมอกเร้นลับเป็นเพื่อนสักคน แต่การประลองกับต้วนหลิงเทียนวันก่อนอีกฝ่ายนั้นแสดงความเมตตาต่อมัน ไม่ได้เอาชีวิตและทำร้ายมันหนักหนาสาหัสอะไร มันไม่เพียงรู้สึกขอบคุณต้วนหลิงเทียนมาก แต่ยังเห็นอีกฝ่ายเป็นเพื่อนทันที
เป็นเหตุผลว่าไฉนมันถึงได้พยามตีซี้ต้วนหลิงเทียนนัก
คนไม่มีเพื่อนมาก่อน พอมีคนที่น่าคบหาเป็นเพื่อน ไฉนจะไม่กระตือรือร้นเข้าไปตี้ซี้เล่า?
กระทั่งความกระตือรือร้นดังกล่าวของติงเหยียน ยังทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกอึกอัดพอสมควร
เป็นก่อนหน้าติงเหยียนรบเร้าต้วนหลิงเทียนไม่เลิก จนต้วนหลิงเทียนที่ปฏิเสธไปหลายครั้งรู้สึกป่วยการ ก็เลยขี้เกียจปฏิเสธอีก เพียงรอให้ถึงเวลาแล้วค่อยชิ่งหนีติงเหยียนเอา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของติงเหยียน
หลังโดนติงเหยียนรบเร้าอยู่นานว่าตราบใดที่มันไปด้วย เขาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายแน่ เขาก็เริ่มตระหนักว่าบางทีติงเหยียนอาจมีความเป็นมายิ่งใหญ่สุดคิดคาดจริงๆ
เพียงแค่ เขาไม่อยากเป็นหนี้น้ำใจติงเหยียนก็เท่านั้น
ดุจเดียวกับที่เขาไม่อยากเป็นหนี้โหวชิ่งหนิงรวมถึงขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังอีกฝ่าย
เพราะเขาเชื่อว่า ปัญหาครั้งนี้เขาจัดการมันได้ด้วยตัวเอง