“หากข้าจําไม่ผิด…ไม่ใช่ทุกคนก็สมควรรู้กันหมดแล้วหรือไร ว่าเจ้าเองก็แพ้ข้าขาดลอย?”
พอตัวนหลิงเทียนกล่าวจบ เขาก็อดนึกถึงสภาพติงเหยียนวันนั้นขึ้นไม่ไม่ได้ จึงเผลอหัวเราะออกมา
“เพ่ย! ข้ายังไม่ได้พูดสักคําว่าพวกมันจะบังเกิดอาการคิดเขวี่ยงมุสึกกริ่งเกรงภาชนะเสียหายเพราะพลังฝีมือของข้า…ทั้งหมดเป็นเพราะตัวตนของข้าต่างหากเล่า!”
สองตาถึงเหยียนเป็นประกายขึ้นมา หากแต่ยังฉายแววลังเลไม่น้อยคล้ายไม่รู้ว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี
“ตัวตนของเจ้าหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ อดหันไปมองถามถึงเหยียนไม่ได้ “แล้วที่แท้เจ้าเป็นใครมาจาก ไหนเล่า?”
ในความเห็นของตัวนหลิงเทียน หากติงเหยียนเป็นคนที่มีฐานะสูงพอจะทําให้คนของตระกูลราชาเทพทั้งหลายบังเกิดอาการคิดเขวี่ยงมุสึกกริ่งเกรงภาชนะเสียหายจริง เช่นนั้นฐานะของอีกฝ่ายต้องสูงส่งไม่ธรรมดา แล้วไฉนอีกฝ่ายจึงอยู่ในหอพักระดับต่ํา ไม่ไปอยู่ในหอพักระดับกลางหรือสูงแทน?
“พอถึงตอนนั้น เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง”
เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหยียนไม่คิดพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป
และต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่คิดเซ้าซี้ เพราะเขาก็ไม่คิดจะให้ใครมาปกป้องแต่แรก