จังซันกล่าวคําเสียงขรึม “ตามข่าที่ได้รับมา พรสวรรค์และความเข้าใจของต้วนหลิงเทียนผู้นั้นมิใช่ชั่ว เป็นธรรมดาว่ามันต้องเข้าตา มู่หรงสุยเฟิง คณบดีสถานศึกษาหมอกเร้นลับผู้นั้นแน่…ตอนนี้ข้าหวังก็แต่มู่หรงสุยเฟิงผู้นั้น ไม่มีความคิดรับเจ้านั่นเป็นศิษย์…หากมู่หรงสุยเฟิงรับเจ้าเด็กนั่นเป็นศิษย์ขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าพวกเราจักมิอาจแตะต้องมันได้อีกต่อไป”
“จริง มู่หรงสุยเฟิงผู้นั้น มีผู้ใดไม่รู้ว่ามันตัวคุ้มคลั่งบ้าง..”
“ในอดีตตอนที่ลูกศิษย์ของมันคนหนึ่งถูกกองกําลังอันธพาลระดับราชาเทพเข่นฆ่า มันถึงกับยอมเสียเวลาเป็นร้อยๆปี เพื่อไล่ฆ่าผู้คนในกองกําลังอันธพาลระดับราชาเทพนั่นจนหมด อีกทั้งเพื่อตัดรากถอนโคนมันยังฆ่า ทุกคนที่อันธพาลพวกนั้นรู้จักไม่มีเหลือ…กับคนเช่นนี้ หากไม่จําเป็นพวกเราอย่าได้ไปล่วงเกินยั่วยุมันประเสริฐกว่า”
ค่าพูดของจังซันก็ทําให้สีหน้าท่าทีของระดับสูงตระกูลจังเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที
“เจ้า 3 เรื่องที่เจ้าว่ามาข้าเกรงว่าจักไม่มีทางเป็นไปได้”
ทว่าทันใดนั้นเอง จังซื่อพลันส่ายหัวไปมา ค่อยกล่าวสืบต่อว่า “เท่าที่ข้ารู้มามู่หรงสุยเฟิงผู้นั้น หลังจากที่ลูกศิษย์ของมันถูกฆ่าตาย มันก็ได้ลั่นวาจาไว้ว่าจักมิรับผู้ใดเป็นศิษย์อีก…แถมเรื่องนี้ข้ายังได้ทราบมาจากคนในนิกายหมอกเร้นลับที่อยู่ในเหตุการณ์ เช่นนั้นต้องไม่แปลกปลอมเป็นแน่”
“อืม เรื่องนี้ข้าเองก็เคยได้ยินมาเช่นกัน”