อาวุโสใหญ่พยักหน้า “เห็นว่าเพราะเกิดเหตุการณ์นี้ขี้ ผู้แซ่มู่หรงนั่นถึงเลือกออกจากนิกายมายังเมืองวายุสวรรค์ของพวกเราและรับตําแหน่งคณบดีสถานศึกษาหมอกเร้นลับ…ที่มันออกจากนิกายหมอกเร้นลับ เพราะมันอยากเปลี่ยนที่ทางด้วยมิอาจทนอยู่เห็นสถานที่ๆมันเคยอยู่กับศิษย์ที่ตาย สุดท้ายที่นิกายกมมีความทรงจําของมันกับศิษย์มากมาย มันย่อมไม่อยากทนปวดใจซ่าๆ”
“โดยปกติแล้ว มู่หรงสุยเฟิงนั่นไม่น่าจะผิดคําพูดได้…ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับศิษย์เพียงคนเดียวที่ล่วงลับของมัน ข้าเชื่อว่ามันพูดคําไหนย่อมเป็นคํานั้น”
หลังจากที่จังซื้อกับอาวุโสใหญ่ค่อยๆเผยข้อมูลของหมู่หรงสุยเฟิงออกมาที่ละเรื่องๆ ทุกคนก็พยักหน้ารับรู้ “ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”
ในเมืองวายุสวรรค์ หรือแม้แต่ภายในสถานศึกษาหมอกเร้นลับเอง ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ทําให้พวกมันหวาดกลัว พอดีคณบดีของสถานศึกษาหมอกเร้นลับ มู่หรงสุยเฟิงก็เป็นหนึ่งในนั้น…อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่รับต้วนหลิงเทียนเป็นศิษย์ แม้พวกมันจะฆ่าต้วนหลิงเทียนทิ้ง ขอเพียงไม่ให้เหลือหลักฐานและร่องรอยให้สืบสาวอันใด มู่หรงสุยเฟิงก็ไม่อาจทําอะไรพวกมันได้…
และต่อให้มีหลักฐานว่าเป็นฝีมือพวกมัน อย่างดีพวกมันก็ผลักไสพวกเดนตายของตระกูลออกไปรับโทษเป็นตัวตายตัวแทน
ในเวลาเดียวกัน