อย่างไรก็ตาม ในศาลาหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ใจกลางสถานศึกษาหมอกเร้นลับ ปรากฏร่างนั่งอยู่บนหลังคาศาลา ในมือถือไว้ด้วยสุราไหหนึ่ง ยังยกซดอย่างองอาจ ปล่อยให้สุราไหลย้อยลงมาที่มุมปาก ราวกับไม่รู้จักเสียดาย
เป็นชายวัยกลางคนในอาภรณ์ขาวแลดูสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลา เพียงแต่เส้นผมที่ยาวของมันถูกปล่อยให้กระเซอะกระเซิง จึงแลดูมอซออยู่บ้าง
มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคณบดีสถานศึกษาหมอกเร้นลับ มู่หรงสุยเฟิง
“เฉียนเอ้อ…วันนี้สถานศึกษาหมอกเร้นลับปรากฏนักศึกษาเข้าใหม่คนหนึ่ง และทั้งๆที่เป็นวันแรกของมัน แต่มันกลับก่อวีรกรรมจนผู้คนทั้งหมดยอมรับ กลายเป็นนักศึกษาอันดับ 1 ของสถานศึกษาหมอกเร้นลับไปแล้ว…มันยังนับว่าเก่งกาจยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก”
“หากวันนี้เจ้ายังอยู่…อาจารย์ของเจ้าผู้นี้มิพ้นต้องรับมันเป็นศิษย์แน่ ให้มันเป็นศิษย์น้องของเจ้า…”
“แต่พอเจ้าจากไปแล้ว อาจารย์ได้ลั่นวาจาไว้ว่าจักมิรับผู้ใดเป็นศิษย์อีก…เช่นนั้น ให้อาวุโสอขึ้นสู่ยเกลี้ยกล่อมอาจารย์เช่นไร อาจารย์ก็มิคิดรับมันเป็นศิษย์…”
“อัจฉริยะเช่นมัน…รอให้มันไปนิกายหมอกเร้นลับ แล้วให้เหล่าผู้เฒ่าพวกนั้นแก่งแย่งกันเถอะ”
“บางทีอาจไม่ต้องรอจนมันเข้านิกายด้วยซ้ํา…อีกไม่นานพอผู้เฒ่าเหล่านั้นทราบข่าว มพ้นต้องชิงส่งคนมาทาบทามรับมันเป็นศิษย์ล่วงหน้าแน่…”
เบื้องหลังสถานศึกษาหมอกเร้นลับ ก็คือนิกายหมอกเร้นลับ