มู่หรงสุยเฟิงที่ดํารงตําแหน่งคณบดีของสถานศึกษา ก็เป็นผู้ที่คอยรับผิดชอบและดูแลสถานศึกษาหมอกเร้นลับแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว
ในสถานศึกษาหมอกเร้นลับได้ตรากฎไว้ว่า
นักศึกษาทุกคนในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเก่งกาจแค่ไหน ก็ต้องมีอายุอย่างน้อย 3,000 ปีเสียก่อน ถึงจะเข้าไปเป็นศิษย์นิกายหมอกเร้นลับได้
และในระหว่างที่ยังอายุไม่ถึง ไม่ว่าผู้ใดในนิกายหมอกเร้นลับจะต้องตาพึงใจหมายรับนักศึกษาเป็นศิษย์ ก็ไม่อาจมาด้วยตนเองได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบต่อการฝึกฝนบ่มเพาะของนักศึกษา
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฏดังกล่าวตราไว้ แต่ไม่วายที่มีบางคนหาช่องทางฉกฉวยโอกาสจนได้
อย่างเช่นการส่งคนอื่นไปในนามของตัวเองเพื่อชักชวนและทาบทามักศึกษาที่หมายตาไว้ก่อน
และในประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาหมอกเร้นลับ ก็มีเรื่องราวทํานองนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้ว
“ถึง! ปัง!”
ต้วนหลิงเทียนนั้น หลังจากคว้า 1 ใน 5 บ้านลานที่อยู่ในเขตหอกพักชั้นสูงมาจากจังเค่อฉีได้ เขาก็ปิดด่านบ่มเพาะตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลย ไม่เข้าไปฟังอาจารย์สอนเรื่องราวต่างๆ ไม่ติดต่อหาผู้ใด และไม่มีผู้ใดมาหาจนเมื่อเวลาผ่านไปนานพอสมควร วันหนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นราวกลองศึก ปลุกสติเขาที่จมจ่อมอยู่ในภวังค์บ่มเพาะให้ตื่นขึ้น
แน่นอนว่าเมื่อตื่นขึ้นมา หว่างคิ้วก็ขดยนเป็นปม แลดูไม่สบอารมณ์อย่างแรง
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าใครหากถูกรบกวนตอนปิดด่านบบ่มเพาะก็หัวเสียกันทั้งสิ้น