พอกล่าวจบมันก็หันหลัง แล้วเหินร่างจากไปทันที
ให้สู้กับต้วนหลิงเทียนหรือ?
มันยังไม่ไร้สมองถึงขนาดนั้น!
มันไม่ใช่แม้แต่คู่ต่อสู้ของหงจวิ้นด้วยซ้ำ และในเมื่อหงจวิ้นยังแพ้ต้วนหลิงเทียน หากมันทะลึ่งรับคำท้าต้วนหลิงเทียนก็เสมือนถูกลิขิตให้ขึ้นไปโดนทุบตีต่อหน้าผู้คน!
เช่นนั้น มิสู้ก่าวคำยอมแพ้ออกมาตรงๆยังประเสริฐกว่า!
เดิมทีมันก็คิดจะเพิกเฉยคำท้าทายของต้วนหลิงเทียนแล้วกลับไปหอพักเพื่อรอให้หมดเวลาตามกำหนด…หรือในระหว่างที่รอเวลาก็ส่งข้อความติดต่อกลับไปยังตระกูลจ้ง ให้ทางตระกูลจ้งช่วยมันกดดันต้วนหลิงเทียนอีกทาง เพื่อให้ต้วนหลิงเทียนเพิกถอนสาส์นท้าประลองไปเสีย…
อนิจจาตั้งแต่ที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวดักคอไว้ ว่ามันจะเลือกหนีไปเยี่ยงตัวขี้ขลาดนั่น มันก็เสมือนถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่อาจตีเนียนหนีไปหน้าตาเฉยได้…
เพราะถ้ามันทำแบบนั้น ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่มีใครกล้าพูดว่ามันเป็นตัวขี้ขลาดหนีคำท้าต่อหน้าแน่ๆ แต่ลับหลังไม่พ้นมันต้องกลาเป็นตัว ‘ขี้ขลาด’ ในวงสนทนา กระทั่งยังจะกลายเป็นขี้ปากของคนทั้งเมืองวายุสวรรค์ สิ่งนี้จะติดตรึงอยู่กับมันไปชั่วชีวิต เป็นดั่งคราบบาปมิอาจลบ และจุดด่างพร้อยในชีวิตของมันไปตลอดกาล…นั่นคืออะไรที่มันไม่ต้องการเห็น
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าสนุกกับคืนวันอันดีของเจ้าไปเถอะ…เจ้ามีมันได้อีกไม่นานนักหรอก!”