“ถึงแม้ในเมืองวายุสวรรค์ข้ากับตระกูลของข้าอาจแตะต้องเจ้าไม่ได้…แต่เจ้าไปถึงนิกายหมอกเร้นลับเมื่อใด ผู้อาวุโสในตระกูลจ้งของข้าสามารถละเล่นกับเจ้าได้ง่ายดายเสมือนเจ้าอยู่ในกำมือ!”
“กระทั่งในเมืองวายุสวรรค์แห่งนี้ เจ้ามั่นใจหรือว่าคณบดีจักสามารถอยู่เคียงข้างเพื่อคอยปกป้องเจ้าได้ตลอดเวลา?”
กล่าวได้ว่าจ้งเค่อฉี กล่าวข่มขู่กันซึ่งๆหน้า!
อย่างไรก็ตาม แม้เผชิญหน้ากับเสียงผ่านพลังข่มขู่อย่างเอาเรื่องของจ้งเค่อฉี ต้วนหลิงเทียนเพียงคลี่ยิ้มบางๆแล้วกล่าวออกมาตรงๆ “เจ้าไม่ต้องข่มขู่ข้าด้วยการส่งเสียงผ่านพลังหรอก…วันนี้เจ้ามีทางเลือก 2 ทางเท่านั้น หนึ่งคือสู้กับข้า หรือหนีไปเยี่ยงตัวขี้ขลาด”
“อ่อจริงสิ เจ้ายังสามารถเลือกได้อีกทาง…ก็แค่กล่าวยอมแพ้ออกมาเสีย”
“ข้าคิดว่าจากสถานการณ์ของเจ้าในตอนนี้ การเลือกจะยอมแพ้ข้าออกมาตรงๆสมควรดีที่สุด…เจ้าว่าอย่างไรเล่า?”
หลังพูดจบต้วนหลิงเทียนก็มองลึกไปยังจ้งเค่อฉี
“เจ้า…”
จ้งเค่อฉีไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าต้วนหลิงเทียนจะไม่ว่าหน้าและเมินคำขู่มันตรงๆ แถมยังโพล่งออกมาให้ผู้อื่นรู้กันทั่วอีกว่ามันส่งเสียงเสียงผ่านไปพลังไปข่มขู่ ทำให้โทสะอารมณ์ของมันพุ่งปรี๊ดแททะลุหลอด “แล้วเจ้าจะเสียใจ! สักวันเจ้าต้องสำนึกเสียใจแน่!!”
หลังสบถคำออกมาด้วยโทสะจบ จ้งเค่อฉีก็หันไปมองกล่าวกับซูเฟิงหยาง แววตาของมันยังทอแสงเยียบเย็นนัก “อาจารย์ซูที่มันท้า ข้ายอมแพ้”