“แม้จะเป็นนักศึกษา 10 ดาวที่อาศัยอยู่ในหอพักระดับเดียวกัน ก็มิได้หมายความว่าพลังฝีมือจักต้องพอๆกันเสียหน่อย!”
ฟังจากคำพูดของอาจารย์แซ่หยวนแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ดูดีต้วนหลิงเทียนสักเท่าไหร่
“ที่อาจารย์หยวนกล่าว ก็มีเหตุผลเช่นกัน”
อาจารย์ที่แลดูแก่หง่อม เหมือนชายชราวัยไม้ใกล้ฝั่งพยักหน้า “แต่ผลจะออกมาเป็นเช่นไร อย่างไรก็ต้องรอดูกันไป…สุดท้ายหากทั้งคู่ไม่ประมือให้รู้ชัด อะไรก็เกิดขึ้นได้…”
“อาจารย์ซู ท่านให้สัญญาณทั้งคู่เริ่มประลองเลยเถอะ”
อาจารย์อีกคนกล่าวบอกซูเฟิงหยาง
เนื่องจากการท้าประลองครั้งนี้ ซูเฟิงหยางทำหน้าที่เป็นพยาน เช่นนั้นผู้ที่จะเป็นกรรมการในการประลองครั้งนี้ ก็คือซูเฟิงหยางด้วย
ด้านติงเหยียนที่ยืนเผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียนบนเวทีประลอง ก็แลดูกระเหี้ยนกระหือรือนัก ราวกับรอให้ซูเฟิงหยางให้สัญญาณเริ่มประลองไม่ไหวแล้ว
สำหรับต้วนหลิงเทียนที่ยังไม่รู้กฏอะไรมากนัก ในเมื่อติงเหยียนยังไม่ลงมือ เขาก็ไม่คิดจะลงส่งเดช…เพราะด้วยพลังของเขาในปัจจุบัน การท้าทายติงเหยียนที่เป็นดั่งตัวตนอันแข็งแกร่งไร้ผู้ใดต่อกรในหอพักระดับต่ำ ก็เสมือนรังแกเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งเท่านั้น จึงไม่ได้รีบร้อนอะไร
“เอาล่ะ ทั้งคู่เริ่มประลองได้!”
ในที่สุดซูเฟิงหยางก็ให้สัญญาณเริ่ม