สำหรับคนของ 4 ขุมกำลังระดับจอมราชันเทพที่เหลือ นอกจากมู่หรงสุยเฟิงที่ขมวดคิ้วนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา คนของขุมกำลังระดับจอมราชันเทพอีก 3 ขุมกำลังก็เร่งส่งเสียงผ่านพลังไปห้ามหานลี่กังเช่นกัน “พี่หาน อย่าได้วู่วาม!”
“พี่หาน ท่านใจเย็นก่อน อ่าได้ผลีผลามลงมือจนกว่าจะรู้ว่าที่แท้นางเป็นผู้ใดกันแน่!”
“เมื่อครู่นางกล่าวว่าไม่เห็นเคล็ดวิชาระดับจอมราชันเทพอยู่ในสายตา ไม่แน่นางอาจมีความเป็นมายิ่งใหญ่อันใด!”
…
เมื่อเสียงห้ามปรามของหลายๆคนทยอยกันดังเข้าหูหานลี่กังติดๆกัน ก็ทำให้หานลี่กังใจเย็นลงบ้าง
“หึ!”
หานลี่กังเพียงมองจ้องต้วนเฉียวอวี่ด้วยสายตาเย็นชาครู่หนึ่ง หลังพ่นลมสบถแล้วมันก็หันหลังเตรียมจากไป
อย่างไรก็ตามหานลี่กังพึ่งจะหันหลังได้ไม่ทันไร พลันมีเสียงเฉยเมยไร้แยแสหนึ่งดังขึ้นจากห้องส่วนตัวหมายเลข 9 “หานลี่กังกระมัง? อยู่ๆเจ้าโผล่หน้าอัปลักษณ์นั่นมา นับว่าทำให้คุณหนูของข้าตกใจกลัวแล้ว…ตอนนี้เจ้าคุกเข่าขอขมาคุณหนูของข้าเสีย”
เสียงดังกล่าวทุกคนพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
ก่อนหน้านี้ มีเพียง 2 เสียงเท่านั้นที่ดังออกมาจากห้องส่วนตัวหมายเลข 9 และไม่มีเสียงของสตรีผู้นี้เลย
และพอพวกมันได้ยินเสียงสตรีดังกล่าว พวกมันก็อดสูดลมหายใจเข้าลึกๆไม่ได้
ท่านย่าผู้นี้เป็นใครอีกกัน?
พอกล่าว ก็บอกให้หานลี่กังคุกเข่าต่อหน้าผู้คนเชียวหรือ?