หานลี่กัง อาวุโสลำดับ 2 ของนิกายหมื่นปีศาจขุมกำลังระดับจอมราชันเทพ ตัวมันยังเป็นราชาเทพขั้นสูงคนหนึ่ง ในเมืองวายุสวรรค์แห่งนี้ นับเป็นตัวตนที่สามารถเดินทอดน่องได้อย่างไม่ต้องเห็นหัวผู้ใดโดยแท้…
แต่บัดนี้ สตรีนางนั้นกลับบอกให้อีกฝ่ายคุกเข่าขอขมาคุณหนูของนาง?
หานลี่กังที่ได้ยินคำพูดดังกล่าว ร่างมันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง พอดึงสติกลับมาได้ มันก็หันหลังกลับมามองจ้องไปยยังโฉมงามที่มันละเลยไปเมื่อครู่ ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความตะลึงอยู่บ้าง “เจ้า…เจ้าให้ข้าคุกเข่าขอขมานังหนูนี่?”
ขณะกล่าว หานลี่กังก็ชี้นิ้วไปทางต้วนเฉียวอวี่
และในขณะที่ต้วนเฉียวอวี่ขมวดคิ้วเพราะโดนหานลี่กังชี้หน้านั้นเอง…
ฉัวะ!!
เสียงแผ่วเบาหนึ่งดังขึ้นแทบจะทันทีที่หานลี่กังกล่าวจบคำ จากนั้นทุกคนก็เห็นว่าแขนข้างที่หานลี่กังยกขึ้นมาชี้หน้าผู้อื่น ได้ขาดสะบั้นลง จากนั้นแขนทั้งแขนก็ค่อยๆสลายเป็นผุยผงหายไปในอากาศ ไม่มีเหลือ…
“จอมราชันเทพยอดฝีมือ!!”
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากห้องส่วนตัว 4 ห้องพร้อมๆกัน
และมู่หรงสุยเฟิง รองประมุขนิกายหมอกเร้นลับ ควบตำแหน่งคณบดีสถานศึกษาหมอกเร้นลับที่นั่งอยู่ในห้องส่วนตัวหมายเลข 1 บัดนี้สองตามันหรี่ลงแทบปิด ใบหน้าฉายชัดถึความหวาดผวา จากนั้นก็เริ่มบังเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา ‘แม่นางผู้นั้น…อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นจอมราชันเทพขั้นกลางชนชั้นยอดฝีมือ เผลอๆอาจจะเหนือกว่านั้น!’
จอมราชันเทพขั้นกลาง!!