หานลี่กังที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวจนคนกลายเป็นเฉื่อยชาทั้งอื้ออึงไปราวตัวโง่งม พอได้ยินเสียงผ่านพลังด้วยความร้อนใจของคนนิกายหมื่นปีศาจ มันก็ดึงสติกลับมาทันที
และหลังสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามของอวี๋ชิวซวน สีหน้ามันก็เปลี่ยนไปใหญ่หลวง แววตายังฉายชัดถึงความประหวั่น สุดท้ายก็คุกเข่าลงกลางอากาศเบื้องหน้าต้วนเฉียวอวี่ กล่าวออกเสียงอ่อนว่า “คุณหนู เป็นข้าโดนโทสะครอบงำ หวังว่าท่านจักไม่ถือสาและอภัยให้ข้าด้วย ละเว้นข้าสักครั้งเถอะ”
“เอ๋? เจ้าโมโหข้าเหรอ?”
ต้วนเฉียวอวี่คลี่ยิ้มพลางถามอย่างสนุกสนาน
“ไม่กล้า! ไม่กล้า!”
หานลี่กังเร่งกล่าวแก้คำออกมาเสียงสั่น เด็กหญิงเบื้องหน้าอาจไม่ใช่คู่มือมัน แต่ข้างกายอีกฝ่ายมียอดฝีมือระดับจอมราชันเทพอยู่ แถมพลังฝีมือของจอมราชันเทพผู้นี้ ยังน่ากลัวยิ่งกว่าจอมราชันเทพในนิกายหมื่นปีศาจของมันเสียอีก!
มันรู้ดี ว่ากระทั่งนิกายหมื่นปีศาจของมันยังไม่กล้าล่วงเกินสตรีนางนี้ นับประสาอะไรกับมัน
“อภัยให้ก็ได้…แต่เจ้าต้องเห่าเหมือนสุนัขให้ข้าฟัง”
ต้วนเฉียวอวี่กล่าวกับหานลี่กังด้วยรอยยิ้มซุกซน
เห่าเหมือนสุนัข?
ใบหน้าหานลี่กังเสมือนเป็นตะคริวในฉับพลัน จากนั้นมันก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันร้อนแรงมากมายในโถงประมูลตระกูลโจวที่กำลังจดจ้องมาที่มัน มันไหนเลยไม่รู้ว่าทุกคนกำลังรอดูชมเรื่องตลกของมันอยู่…
แต่ตอนนี้มันยังจะทำอะไรได้อีก?
มันมีทางเลือกอื่นไหม?
“ฮ่ง…ฮ่ง…ฮ่งๆๆ…ฮ่งๆๆๆๆ”