ทันใดนั้นเอง พันมีสุรเสียงสง่างามหนึ่งดังออกจากห้องส่วนตัวห้องหนึ่งอย่างประจวบเหมาะ “เมืองวายุสวรรค์ไม่ได้มีแต่ตระกูลโจวของท่านเท่านั้น…แต่ยังมีสถานศึกษาหมอกเร้นลับของข้าด้วยหากวันนี้มีผู้ใดกล้าก่การ ใดๆในโรงประมูล ก็เสมือนดูหมิ่นไม่ไว้หน้าสถานศึกษาหมอกเร้นลับของข้า! ข้ามู่หรงสุยเฟิง ไม่มีวันปล่อยมัน ไปแน่!”
มู่หรงสุยเฟิง!?
ชื่อนี้ไม่ได้แปลกหูด้วนหลิงเทียนเลย เพราะตั้งแต่ที่เขามาถึงเมืองวายุสวรรค์เขาได้ยินมามากกว่าหนึ่งครั้ง
มู่หรงสุยเฟิง เป็นคณบดีของสถานศึกษาหมอกเร้นลับ และเป็น 1 ใน 2 รองประมุขของนิกายหมอกเร้นลับว่ากันว่าด่านพลังบรรลุถึงขอบเขตราชาเทพขั้นสูงมาเนิ่นนานแล้วในปัจจุบันสมควรบรรลุถึงขอบเขตจอมราชันเทพเป็นที่เรียบร้อย
แต่เป็นธรรมดาว่าเรื่องที่มันอาจทะลวงถึงขอบเขตจอมราชั้นเทพ ก็เป็นแค่การคาดเดาของคนนอกเท่านั้น
สําหรับความจริง เกรงว่าคงมีแต่ตัวมู่หรงสุยเฟิง กับชนชั้นผู้อาวุโสของนิกายหมอกเร้นลับเท่านั้นที่ล่วงรู้
สุดท้ายแล้วขอบเขตจอมราชั้นเทพก็ไม่ใช่ว่าจะบรรลุถึงได้ง่ายๆ
“ท่านคณบดีมู่หรงกล่าวออกมาเช่นนี้ ข้าแม้แต่ตระกูลโจวก็สามารถวางใจได้แล้ว”
หลังได้ยินคําพูดของมู่หรงสุเฟิง โจวอชิ้นที่ยืนอยู่บนเวทีประมูลก็พอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกรอยยิ้มสดใสยังคลี่กางขึ้นมาบนหน้างาม