เหล่าผู้คนที่มาเข้าร่วมงานประมูลเพราะความสนุกก็เริ่มสงบลง “ไม่คิดเลยว่าแม้แต่คณบดีมู่หรงก็มา…ดูเหมือนพวกเราไม่ต้องลัวว่าจะมีผู้ใดสร้างปัญหาในงานประมูลวันนี้แล้ว”
“ท่านคณบดีมู่หรงถึงกับมาเอง…หรือว่าสถานศึกษาหมอกเร้นลับไม่เว้นนิกายหมอกเร้นลับก็ต้องการเคล็ดวิชาระดับจอมราชั้นเทพด้วย?”
“เผลอๆ อาจเป็นคณบดีมู่หรงเองด้วยซ้ําที่ต้องการมัน!”
“ก็ไม่แน่นักหรอก อย่างไรเสียเมืองวายุสวรรค์ก็เสมือนอาณาเขตของนิกายหมอกเร้นลับกลายๆ…หากนิกายหมอกเร้นลับต้องการมันจริงๆ ไม่ใช่ว่าตระกูลโจวสมควรไปเสนอขายเป็นการลับเพื่อสร้างความโปรดปรานหรือไร?”
ในขณะที่ทุกคนกําลังกระซิบกระซาบกันด้วยความอยากรู้ เสียงชราแหบแห้งหนึ่ง พลันดังขึ้นจากห้องส่วนตัวห้องอื่น“มู่หรงสุยเฟิง…นิกายหมอกเร้นลับของเจ้า ก็สนใจเคล็ดวิชาจอมราชันเทพด้วยรึ?”
“เจ้าเป็นผู้ใด?”
มู่หรงสุยเฟิงเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ข้าคืออาวุโส 2 ของนิกายหมื่นปีศาจ หานลี่กัง”
เสียงชราดังขึ้นสืบต่อ
“ไม่เคยได้ยิน
หมู่หรงสุยเฟิงเอ่ยออกเสียงเรียบ “นอกจากนั้น เจ้าไม่คู่ควรจะพูดกับข้ามู่หรงสยเฟิงคนนี้”
“เจ้า…!”
อาวุโสลําดับ 2 ของนิกายหมื่นปีศาจ หานลีกัง เป็นชายชราร่างสูงนึกขึ้นมาในชุดสีดําเส้นผมเป็นสีดอกเลาทั้งหยิกหยอยรุงรัง พอได้ยินวาจาไม่แยแสของมู่หรงสุยเฟิง มันก็ถึงกับลุกขึ้นยืนพลังอันน่าสะพรึงกลัวงแผ่ซ่านออกมาป่นปี้จนเก้าอี้พังพินาศไม่มีชิ้นดี