อนิจจาสิ่งที่ทําให้พวกนางอับจนหนทางก็คือ พวกนางพยายามยั่วยวนทอดสะพานให้ท่าเต็มที่ แต่ก็มิอาจสั่นคลอนจิตใจชายหนุ่มที่นิ่งสงบดั่งผู้บําเพ็ญศีลชราได้เลย…
กล่าวได้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะนั่งจะนอน ก็ไม่ต่างอะไรกับหลวงจีนแก่พรรษา ไร้ซึ่งกิเลสตัณหาใดๆ พาลให้พวกนางเริ่มสงสัยในเสน่ห์ของตัวเอง
“เอาล่ะ ได้เวลาที่ข้าต้องจากไปแล้ว…”
ตลอดระยะเวลา 2-3 วันในนิกายเมฆอรุณ ต้วนหลิงเทียนไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ถือโอกาสพักผ่อนหย่อนใจ ให้ร่างกายและจิตใจได้พักฟื้นเต็มที่ เพลิดเพลินไปกับการปรนนิบัติรับใช้จากดรุณีน้อยทั้ง 2 แต่ไม่ว่ากรณีน้อยทั้ง 2 จะยั่วยวนให้ท่าเขาอย่างไร เขาก็ไม่มีหวันไหวแม้แต่น้อย
หัวใจเขาแกร่งดั่งหินผา!
อาศัยสาวน้อยสองคนจะมาสั่นคลอนได้อย่างไร?
“นายน้อย พวกเราต้องตระเตรียมอะไรบ้างเจ้าคะ?”
พอได้ยินว่าต้วนหลิงเทียนจะจากไป สองตากลมใสของดรุณีน้อยทั้ง 2 ก็เป็นประกายขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เพราะแต่เล็กจนโตไกลสุดที่พวกนางไปก็คือเมืองหลินซาน และไม่เคยออกนอกเมืองหลินซานเลย
“พวกเจ้าไม่ต้องเตรียมอะไรหรอก”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา “ข้าจะไปคนเดียว”
วาจาประโยคนี้ของต้วนหลิงเทียน ทําให้ดรุณีน้อยทั้ง 2 ตกตะลึงไปทันใด ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายเหมือนจะตกลงพาพวกนางไปด้วยแล้วหรอกหรือ? ไฉนถึงเปลี่ยนใจเสียเล่า?
“นายน้อย พวกเราทําอันใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ ท่านถึงไม่คิดพาพวกเราไปแล้ว?”