“ถึงตอนนั้น หากพวกเราอาศัยความสัมพันธ์ที่ถึงแม้จะตื้นเขินครั้งนี้ขอความช่วยเหลือไป อาศัยตัวตนระดับ นายน้อยต้วน หากเพียงแค่กล่าวค่าเดียวก็ช่วยเหลือพวกเราได้ ไฉนอีกฝ่ายจะไม่ช่วย?”
“ที่สําคัญ ภายภาคหน้าตัวตนเช่นนี้ หากพวกเราคิดจะสานไมตรีด้วยก็แทบไม่มีโอกาสแล้ว…พอเติบโตขึ้น ไม่พ้นต้องมีผู้ยิ่งใหญ่มากมายคิดผูกมิตร อาศัยตระกูลเมิ่งของพวกเรายังนับเป็นอะไรได้ แค่จะพบหน้ายังไม่มีปัญญาด้วยซ้ํา…”
พอได้ยินคําพูดของเมิ่งฉีโหย่ว สีหน้าของผู้คนในตระกูลเมิ่งก็แลดูดีขึ้นทันตา
เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ
ตัวตนอย่างนายน้อยต้วนถูกกําหนดไว้แล้วว่า…วันนี้มือาจดูเบา วันหน้ามิอาจเข้าหา!
ด้านกลุ่มคนของนิกายเมฆอรุณก็พากันเห็นร่างกลับนิกายเมฆอรุณอย่างเงียบงัน ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรกัน
สําหรับนิกายฟ้ายุทธ์ ที่นําโดยโอวหยางหรูดี้บรรพบุรุษนิกายฟ้ายุทธ์ ก็กล่าวปลอบทุกคนอย่างโลกสวย “บางทีนายน้อยต้วนก็แค่พูดเล่นเท่านั้น…ยังไม่แน่ด้วยซ้ําว่าผู้คนจะมาจริงหรือไม่ หากไม่นิกายฟ้ายุทธ์ของพวกเราก็ไม่ต้องมอบของขวัญอันใด”
และคําพูดโลกสวยของโอวหยางหรูตี้ ก็ทําให้คนของนิกายฟ้ายุทธ์ฟื้นคืนกําลังใจทันที
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่กี่วัน พอถึงตอนที่ต้วนหลิงเทียนมาเยือนนิกายฟ้ายุทธ์เข้าจริงๆ ใจพวกมันก็เสมือนแก้วกระจกตกพื้น แหลกลงเป็นเสี่ยง…
หินเทพ 20,000 ตําลึงกลับสูญเปล่าไปเช่นนี้…
“ต่อไป…ก็นิกายเมฆอรุณสินะ”