ท่ามกลางสายตาอิหลักอิเหลื่อของผู้นําตระกูลเมื่ง บรรพบุรุษตระกูลเมื่ง รวมถึงคนอื่นๆ เมิ่งฉีโหย่ว ผู้หลอมโอสถระดับเทพของตระกูลเมิ่ง ก็ยิ้มกล่าวกับต้วนหลิงเทียน ด้วยท่าที่สุภาพมากเคารพ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมันกับคนของตระกูลเมิ่งหันหลังจากไป สีหน้าก็แลดูไม่ค่อยจะสู้ดีนัก..หินนเทพ 20,000 ตําลึง กล่าวไปนั่นแทบจะเป็นครึ่งหนึ่งของความมั่งคั่งตระกูลเมิ่งที่สั่งสมมาเลย แต่บัดนี้กลับต้องควักออกมาจับจ่าย อย่างที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้ตระกูลเมิ่งมากนัก
ไม่ใช่แค่คนของตระกูลเมิ่งเท่านั้น จะคนของนิกายเมฆอรุณหรือฟ้ายุทธ์ก็ล้วนหน้าเบี้ยวไปตามๆกัน
ในขณะที่พวกมันกล่าวคําลาต้วนหลิงเทียน ก็ล้วนปั้นหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส…แต่ในใจลอบหลั่งน้ําตา ไม่สิหลั่งเลือดเลยต่างหาก!
“ถึงแม้ครั้งนี้พวกเราอาจไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากนายน้อยต้วนมากนั้นก และคงยากจะก้าวขึ้นมาครอบครองเมืองหลินซานแต่ผู้เดียว…แต่การจับจ่ายหินเทพ 20,000 ตําลึง เพื่อทําความรู้จักกับอัจฉริยะมากพรสวรรค์เช่นนี้ก็ไม่เสียหาย…”
ระหว่างเดินทางกลับ เมิ่งฉีโหย่วที่เห็นว่าคนของตระกูลเมื่งนั้นชักสีหน้าสลดหดหู มันก็เลือกจะกล่าวปลอบออกมา “พวกท่านคิดว่าอัจฉริยะมากพรสวรรค์เช่นนายน้อยต้วนเมื่อเติบโตขึ้นไป จักเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับใดกันเล่า?”