ในบรรดาเรื่องเหล่านั้น ก็คือศิษย์คนเดียวของเย่เป่ยหยวนจ้าวหุบเขาเงาจันทร์แห่งนิกายฟ้าจรัสแสงนั้น เมื่อ 30 ปีก่อนก็ได้ถูกนิกายทอดทิ้งและตกตายไปแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินว่าเย่เป่ยหยวนรับศิษย์คนใหม่อีกเลย
‘ว่ากันว่า…หลังจากใต้เท้าเย่เป่ยหยวนเสียลูกศิษย์ที่รักไป ก็เข้าสู่ระนาบสมรภูมิและไม่เคยกลับออกมาอีกเลย…’
นี่คือสิ่งที่เฉียนซู่หวนล่วงรู้
ในขณะที่ความคิดของเฉียนซู่หวนล่องลอยไปไกล ผู้นำตระกูลเฉียน เฉียนเยว่จิ้นก็ปรี่เข้าไปหาเฉียนเฟย งตะคอกออกเสียงดัง “ไอ้ลูกไม่รักดี! เจ้ายังไม่รีบคุกเข่าลงอีก!!”
คุกเข่า?!
พอเฉียนเยว่จิ้นตวาดออกมาแบบนั้น ไม่เพียงแต่เฉียนเฟยจะตกตะลึง กระทั่งคนอื่นๆเองก็อึ้งไปไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อคนอื่นๆตอบสนองเรื่องราว พวกมันก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความเฉลียวฉลาดของเฉียนเยว่จิ้น เพราะการคุกเข่าลงนับเป็นการอ่อนน้อมศิโรราบอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ในสถานการณ์เช่นนี้ ถึงแม้ว่าเฉียนเฟยกับศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงจะไม่ได้มีเรื่องเข้าใจผิดกัน ขอเพียงแค่มีช่องว่างให้ประนีประนอม ศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงคงไม่ถึงขั้นบีบให้คนตายตก
“ท่านพ่อ…”
อย่างไรก็ตามคนอื่นๆสามารถเข้าใจเรื่องราวได้ หากทว่าเฉียนเฟยที่เป็นคนวงในกลับยังติดตามเรื่องราวไม่ทัน มันไม่ได้คุกเข่าลงทันทีเพีงมองจ้องบิดาตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่า
ในสายตาของเฉียนเฟย การคุกเข่าให้ผู้อื่นเป็นอะไรที่น่าอับอายขายหน้านัก