อย่างไรก็ตาม เฉียนเฟยที่พึ่งจะปริปากกล่าวคำ ก็โดนเฉียนเยว่จิ้นใช้พลังบีบให้คุกเข่าลงทันที พอคิดจะขัดขืน ก็ได้ยินเสียงผ่านพลังของเฉียนเยว่จิ้นเสียก่อน “เจ้าโง่! หากเจ้ายังไม่อยากตายรีบคุกเข่าลงไปเดี๋ยวนี้!!”
“บิดาผู้นี้เป็นบิดาของเจ้าทั้งคน หรือเจ้าคิดว่าข้าจักทำร้ายเจ้า?”
วินาทีนี้เฉียนเฟยเสมือนได้น้ำเย็นราดรดศีรษะ สติของมันกลายเป็นแจ่มใส จึงเร่งคุกเข่าลงไปอย่างว่าง่าย ก้มหัวลงไปไม่กล้ามองหน้าต้วนหลิงเทียนนอีก ลังเพื่อไม่ให้ต้วนหลิงเทียนแลเห็นใบหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจของมันอีกทาง
และด้วยความไม่เต็มใจถึงที่สุด ร่างของเฉียนเฟยจึงสั่นระริกไปเบาๆ
“นายน้อยต้วน…”
ต่อมา เฉียนเยว่จิ้นก็หันไปมองถามต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงสุภาพ ท่าทีนอบน้อม “มิทราบว่าลูกไม่รักดีของข้าคนนี้ ไปล่วงเกินท่านตรงที่ใดหรือ?”
พอเฉียนเยว่จิ้นเอ่ยถามจบคำ ผู้คนบนฟ้าก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนเป็นสายตาเดียวกัน ด้วยอยากรู้อยากเห็นว่าที่แท้เฉียนเฟยไปล่วงเกินศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงคนนี้ได้อย่างไร…
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนจากตระกูลเมิ่ง นิกายเมฆอรุณ และนิกายฟ้ายุทธ์ พวกมันย่อมได้ยินสิ่งที่คนของตระกูลเฉียนกระซิบกล่าวบอกเฉียนซู่หวนแล้ว จึงรู้ว่าชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าไม่ใช่ศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงธรรมดาๆ
แต่เป็นถึงศิษย์ของเย่เป่ยหยวน จ้าวหุบเขาเงาจันทร์แห่งนิกายฟ้าจรัสแสง!
คนส่วนใหญ่ของอีก 3 ขุมกำลังอาจไม่รู้ว่าเย่เป่ยหยวนเป็นใคร…