เฉียนชิวส่ายหัวไปมาพลางกล่าว “ภาพเหมือนของศิษย์นิกายฟ้าลี้ลับผู้นั้นที่ผู้นำให้คุณชายรองมา ไม่ใช่แค่ท่านเท่านั้น แต่ข้าเองก็จำมิได้ว่าเคยพบเจอมันมาก่อน”
“แปลกยิ่ง ในเมืองมีคนตั้งเยอะแยะไฉนมันต้องเจาะจงข้าด้วยเล่า…”
เฉียนเฟยบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ
“คุณชายรอง…”
ได้ยินเสียงบ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ของเฉียนเฟย เฉียนชิวก็ขมวดคิ้วกล่าวเตือนเสียงหนักทันที สีหน้าของมันยังแลดูจริงจังขึงขังนัก “ข้ารู้ว่าท่านไม่พอใจในเรื่องนี้ แต่ท่านต้องจำไว้ให้ดี…ต่อหน้าศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงผู้นั้น ท่านอย่าได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางไม่พอใจมันออกมาเด็ดขาด!”
“ต่อให้จะเป็นเรื่องเข้าใจผิด และมิเกี่ยวข้องกับท่าน…ท่านก็ต้องยิ้มรับเข้าไว้ ยังต้องพูดกับมันด้วยดี”
“นิกายฟ้าจรัสแสง เป็นยักษ์ใหญ่ที่ตระกูลเฉียนของพวกเรามิอาจล่วงเกินได้แม้แต่นิดเดียว…และศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงนั่น ต่อให้เป็นศิษย์ที่ธรรมดาที่สุด ก็เป็นดั่งแผ่นฟ้าที่พวกเรามิอาจตอแยด้วยได้…”
ขณะกล่าวยิ่งมาน้ำเสียงของเฉียนชิวก็ยิ่งเคร่งขรึม
“ท่านปู่ชิว เรื่องนี้ขอท่านวางใจได้เลย ข้าก็แค่สบโอกาสบ่นไว้ก่อนตอนที่ยังไม่ได้เจอศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงนั่นเท่านั้น…ยามอยู่ต่อหน้ามัน ข้าจะทำตัวเรียบๆร้อยๆเสมือนเป็นหลานชายมันเลยดีหรือไม่?”