“ถึงแม้ข้าจักมิเคยเสแสร้งเป็นหลานชายผู้ใดมาก่อน…แต่ข้าเคยเห็นผู้อื่นเสแสร้งเป็นหลานชายข้ามานักต่อนักแล้ว ข้าไม่มีแสดงแข็งหรือหลุดบทเป็นแน่!”
เฉียนเฟยยังกล่าวทีเล่นทีจริงออกมาด้วยท่าทางไม่แยแส
อย่างไรก็ตามแม้ปากมันจะกล่าวอกมาราวทำเป็นเล่น แต่ในแววตาของเฉียนเฟยก็ฉายชัดถึงความไม่เต็มใจนัก เนื่องเพราะตั้งแต่เล็กจนโตมันไม่เคยรู้สึกหดหู่แบบนี้มาก่อนเลย
ก่อนหน้ามีแต่ผู้อื่นเสแสร้งแสดงเป็นหลานชายต่อหน้ามัน เฉียนเฟย
แต่ตอนนี้ถึงวันที่มันเฉียนเฟย จะต้องเสแสร้งแสดงเป็นหลานชายผู้อื่นแล้วหรือ?
เป็นธรรมดาว่าถึงใจมันไม่ยินยอมแค่ไหน มันก็รู้ดีว่ามันจำต้องแบบนั้น เพราะศิษย์ของนิกายฟ้าจรัสแสงไม่ใช่คนที่มันจะตอแยด้วยได้จริงๆ กระทั่งให้ขุมกำลังทั้ง 4 ของเมืองหลินซานมัดรวมกัน ก็ไม่อาจล่วงเกินอีกฝ่ายได้…
พอคิดถึงจุดนี้ เฉียนเฟยก็ได้แต่โอดครวญในใจ
“คุณชายรอง ท่านคิดได้เช่นนี้ ก็นับว่าประเสริฐแล้ว…”
ได้ยินคำพูดของเฉียนเฟย เฉียนชิวก็พอได้ผ่อนคลายวางใจ
อย่างไรเสียมันก็ยังอดกังวลไม่ได้ ด้วยกลัวว่าเฉียนเฟยจะมีเรื่องกับศิษย์นิกายฟ้าลี้ลับคนนั้นเพราะถูกกล่าวหาผิดๆ ถึงตอนนั้นเกิดทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมา เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ด้วยหินเทพจำนวนเล็กน้อย…
“ถึงแล้ว”
หลังจากนั้นไม่นานนัก เฉียนเฟยที่ถูกเฉียนชิวหอบหิ้วเดินทาง ก็มาถึงเมืองหลินซาน และไม่นานก็คงถึงตระกูลเฉียน